กเขาทำให้หงุดหงิด จึงเอ่ยถามอย่างอารมณ์ไม่ดี “จะส่ายไปส่ายมาทำไม!”
พอนางพูด ไป๋เจี่ยนจู๋ในสระพลันเลิกผ้าเช็ดหน้าบนใบหน้า เรียกไผ่วั่นคงมาอยู่ในมือทันที และลุกขึ้นยืนในพริบตา สวมเสื้อผ้าด้านข้างลงบนร่างอย่างง่ายๆ ในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเขาตวาดด้วยโทสะว่า “ใคร!”
คิดไม่ถึงว่าจะมีคนทำลายการป้องกันบุกเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง เรื่องนี้ทำให้ไป๋เจี่ยนจู๋เดือดดาลอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ดูถูกกันเกินไปแล้ว
“ข้าเอง!” เมื่อจู๋ซวีอู๋กระโดดออกจากหลังกำแพงไผ่และมองเขาด้วยสีหน้าผู้บริสุทธิ์ ความเดือดดาลของไป๋เจี่ยนจู๋ก็เหลือเพียงความจนใจ
“ซือจู่ ท่านกลับมาเมื่อใด มาหาข้ามีธุระอะไร?” ไป๋เจี่ยนจู๋มองจู๋ซวีอู๋อย่างงุนงง ไม่รู้ว่าครั้งนี้เขาจะก่อเรื่องอะไรอีก เพิ่งกลับสำนัก ไม่ไปหาคนอื่นกลับตรงมาแอบดูเขาอาบน้ำ
จู๋ซวีอู๋ยิ้มแย้ม กวักมือตะโกนเรียกด้านหลังกำแพง “ไม่ต้องซ่อนแล้ว รีบออกมาเร็ว”
จากนั้นก็ยิ้มให้ไป๋เจี่ยนจู๋พลางเอ่ยว่า “ข้าพาคนผู้หนึ่งมาพบเจ้า และคลี่คลายความขัดแย้งของพวกเจ้า”
ขณะที่ไป๋เจี่ยนจู๋ยังงุนงงดังเดิม ก็เห็นด้านหลังกำแพงไผ่มีสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามา สตรีผู้นั้นพยักหน้าให้ไป๋เจี่ยนจู๋ ทำหน้าทะเล้นเอ่ยทักทาย “ไม่ได้พบกันเสียนาน สภาพแวดล้อมที่นี่ดีจริงๆ”
“จินเฟยเหยา!” ไป๋เจี่ยนจู๋จ้องมองนาง สงสัยว่าตนเองเข้าไปในกระจกสี่วิตกอีกครั้งใช่หรือไม่ เพราะเหตุใด ซือจู่ของตนเองพาจินเฟยเหยามาปร