ใหญ่เพียงใด เทน้ำบ๊วยเย็นลงไปในชามทั้งยี่สิบชามก็ไม่เห็นน้ำบ๊วยในกาจะพร่องลงไป
“พวกเราตากแดดอยู่ที่นี่ เจ้าพวกตำหนักซวีชิงกลับหลบอยู่ในที่ร่มฝึกบำเพ็ญ ไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว” ศิษย์พี่คนหนึ่งดื่มน้ำบ๊วยเย็นชื่นใจพลางเอ่ยอย่างมีโทสะ
“ข้าได้ยินว่าพวกเขามีคนไม่เพียงพอดังนั้นจึงหาคนมาเฝ้าไม่ได้” ศิษย์น้องสุ่ยฝูถือกา เอ่ยพลางรินน้ำบ๊วยลงในชามอันว่างเปล่าในมือศิษย์พี่คนนี้
“ถุย ไปฟังพวกเขาพูดจาเหลวไหล” ศิษย์เฝ้ายามคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนบันไดศิลาเอ่ยด้วยใบหน้าเดือดดาล “พวกเขาจงใจ คุณสมบัติของตนเองดีกว่าพวกเรานิดหน่อยก็ถือตนว่าสูงส่ง ไม่คิดจะทำงานจิปาถะ ไม่เช่นนั้นเกือบร้อยปีมานี้ พวกเขาเพียงรับศิษย์ใหม่ไม่ถึงสิบคน ตำหนักเทียนอินของพวกเรารับมาตั้งหนึ่งร้อยกว่าคน ถ้ามิใช่พวกเขาจงใจไม่รับศิษย์จะไม่มีแรงงานได้อย่างไร”
“ได้ยินว่าไม่คิดจะรับศิษย์ที่มีคุณสมบัติต่ำต้อย เห็นได้ชัดว่าดูแคลนพวกเรา เจ้าพวกนี้นอกจากหน้าตาดีและคุณสมบัติสูงแล้วก็ไร้ประโยชน์ ไม่ทำอะไรสักอย่าง ทั้งยังกลับสำนักตงอวี้หวงมากลางคัน ต้องไม่ภักดีต่อสำนักแน่” คนอื่นๆ ก็เอ่ยคล้อยตาม
ศิษย์น้องสุ่ยฝูเอ่ยกระซิบ “ข้ารู้สึกว่าบรรดาศิษย์พี่แห่งตำหนักซวีชิงยังดี ไม่ได้เลวร้ายมากขนาดนั้น น่าจะภักดีต่อสำนักนะ”
คำพูดของนางทำให้บรรดาศิษย์เฝ้ายามเกิดความระวังป้องกัน มีคนตะโกนเสียงดังขึ้น “ศิษย์น้องสุ่ยฝู เจ้าเป็นคนของตำหนักเซิ่งหลิงเรา เหตุใดจึง