งยังจูงแพะและวัวเกล็ดเหลืองที่เฝ้าถ้ำลับของพวกเขาไปด้วย ปลาหลี่[1]มุมทองของสำนักหวาตั้นก็ถูกขโมย ปลาหลี่นับร้อยตัวในสระไม่เหลือเลยสักตัว เหลือเพียงปลาหนีชิว[2] ไม่กี่ตัว และยังมีสำนักอื่นๆ จะมากจะน้อยก็มีสิ่งของที่ถูกขโมย ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักส่วนมากเป็นสัตว์ภูติที่เพาะเลี้ยงไว้”
“นี่ขโมยมาตลอดทางเลยมิใช่หรือ? มีความสามารถมากจริงๆ” มีคนอดถอนหายใจไม่ได้
และก็มีคนเอ่ยถามอย่างสงสัย “ในเมื่อมีความสามารถขนาดนี้ เหตุใดขโมยแต่สัตว์ภูติ ทว่าไม่ขโมยสิ่งของจำพวกหญ้าวิญญาณและของวิเศษ ดูเหมือนผลเซียนหลิงจะไม่ถือเป็นหญ้าวิญญาณ”
“ผู้ใดจะรู้ อาจจะเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญที่ฝึกสัตว์ภูติโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงจงใจขโมยแต่สัตว์ภูติ พวกเราต้องระวังหน่อย ภายในสำนักกว้างใหญ่ขนาดนี้ สัตว์แปลกๆ และหายากของบรรดาอาจารย์อามีอยู่ไม่น้อย ถ้าหายไปหลายตัว พวกเราต้องรับผิดชอบ” อู๋เจียงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ยามนี้มีคนหนึ่งด้านข้างเอ่ยว่า “จะถูกขโมยไปกินหรือไม่?”
เขายังเอ่ยไม่จบ ศิษย์คนอื่นๆ ก็ปฏิเสธทันควัน “เป็นไปได้อย่างไร ผู้ใดจะอยู่ว่างไม่มีอะไรทำและมีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งแล่นไปสำนักอื่นเพื่อขโมยอาหารกิน ต่อให้ตะกละก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตะกละถึงขั้นนี้ พวกเจ้ามีใครเคยได้ยินว่ามีผู้บำเพ็ญเซียนที่ชอบขโมยของกินโดยเฉพาะบ้าง?”
“ไม่เคย…”
พูดคุยอยู่นาน การคาดเดาโจรขโมยก็กลายเป็นเรื่องขำขันไป ยังคงเฝ้าประตูสำนักของตนเองให