ศิษย์พี่หลิวไม่ได้เป็นคนมาส่งน้ำชา คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำให้ผู้อื่นมีโทสะจนจากไป อากาศร้อนขนาดนี้ตัดใจให้พวกเราดูสักหลายแวบก็ไม่ได้ ตระหนี่จริงๆ”
ศิษย์พี่หลิวที่พวกเขาเอ่ยถึง แม้ว่าจะเข้าสำนักเร็วกว่าพวกเขายี่สิบกว่าปี แต่เนื่องจากบรรลุขั้นสร้างฐานไม่ได้มาตลอด มีฐานะเป็นศิษย์พี่กลับได้แต่รับหน้าที่ทำงานในโรงอาหาร หน้าหนาวต้องมาส่งชาโสม หน้าร้อนต้องมาส่งน้ำเย็นๆ ให้แก่บรรดาศิษย์เฝ้าประตูทุกวัน ทั้งยังยิ้มแย้มตลอดเวลาและอ่อนโยนอย่างยิ่ง เป็นห่วงเป็นใยบรรดาศิษย์น้อง ต่อให้แก่ชราเกินไป อายุห้าสิบกว่าแล้วก็ถือว่าฝึกบำเพ็ญมาตลอด ดูแล้วลักษณะอายุเพียงสี่สิบกว่าเท่านั้น
หลงซินรู้สึกอึดอัดพูดไม่ออก เขาถูกศิษย์น้องของตนเองด่าทอยังหงุดหงิดกว่าพวกเขาอีก เดิมทีศิษย์สตรีมีไม่มาก นี่ล่วงเกินไปคนหนึ่งแล้ว โอกาสแต่งภรรยาก็น้อยลงไปอีกหนึ่งส่วนจะไม่ให้เขาเสียใจและกังวลได้อย่างไร
เห็นทุกคนรุมเขา หัวหน้าหมู่อู๋เจียงจึงเอ่ย “อย่าทะเลาะกันเลย ทุกคนดื่มเสร็จแล้วรีบประจำตำแหน่ง ระยะนี้ไม่ค่อยสงบจริงๆ เช้าวันนี้ก่อนมาข้ายังถูกอาจารย์อาเรียกไปแจ้งให้ทราบ ให้ทุกคนเฝ้าประตูดีๆ”
“ศิษย์พี่อู๋ โจรพวกนั้นร้ายกาจจริงๆ หรือ ที่แท้ขโมยสิ่งของใด”
อู๋เจียงขมวดคิ้วกล่าวว่า ข้าเพียงได้ยินมาคร่าวๆ ว่าผลเซียนหลิงของสำนักเซียวไท่ถูกขโมยไปหมด สุราร้อยวิญญาณที่จิ่วเมิ่งเจินเหรินแห่งยอดเขาหลิงฝูหมักขึ้นก็ถูกคนขโมยไปจากถ้ำลับ ทั้