ี่เจ้ากินและใช้สอยมากกว่าถุงเฉียนคุนใบนั้นมากนัก แต่ถ้าเจ้ารู้สึกแย่ จะชดเชยให้ข้าตอนนี้ก็ได้” จินเฟยเหยายิ้มแย้มเริ่มพูดคุยธุระสำคัญ
จู๋ซวีอู๋เหงื่อตก ที่แท้เจ้าตัวเลวร้ายนี่ไม่ได้คิดจะทำความดี แค่มาทวงหนี้เท่านั้น
หวาหวั่นซีไม่มีโทสะ ทว่าหัวเราะ “น่าเสียดาย ต่อให้ตอนนี้ข้าคิดจะชดใช้ให้เจ้าก็ไม่มีสิ่งของใด ขณะบรรลุขั้นแปลงจิตเมื่อครู่ พวกถุงเฉียนคุนตามตัวและสิ่งของถูกทำลายหมดแล้ว ชุดอาคมที่มีค่าเพียงอย่างเดียวบนร่างก็ขาดจนกลายเป็นแบบนี้แล้ว ให้เจ้าไปทำเป็นผ้าขี้ริ้วยังไม่ดูดซับน้ำและไม่เหมาะมือเลย”
“ไม่จริงน่า อนาถปานนี้เชียว” จินเฟยเหยามีสีหน้าผิดหวัง ไม่รู้บอกว่าตนเองอนาถหรือหวาหวั่นซีอนาถกันแน่
หวาหวั่นซีเม้มปากหัวเราะ “มิเพียงไม่มีสิ่งของให้เจ้า ข้ายังคิดจะไหว้วานเจ้าเรื่องหนึ่ง เจ้าต้องรับปากข้า”
“ไม่เอา ข้าไม่รับปากหรอก ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่” นางปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด นางเสียเปรียบหวาซีมาไม่น้อย คนตระกูลพวกเขาล้วนเจ้าเล่ห์กลอกกลิ้ง ต้องเป็นเรื่องที่ทำดีแต่ไม่ได้ดีแน่ ตนเองจะหลงกลอีกไม่ได้
“สังหารข้าเสีย” หวาหวั่นซีไม่สนใจคำปฏิเสธของนาง ยังเอ่ยประโยคนี้ด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ดังเดิม
“หา? ข้าฟังไม่เข้าใจ” จินเฟยเหยาสงสัยว่าตนเองได้ยินไม่ชัด อดเอ่ยถามอีกครั้งไม่ได้
หวาหวั่นซีเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “ข้าบอกให้เจ้าสังหารข้า แล้วเอาหยวนอิง[1]ของข้าออกมา”
“เพราะเหตุใดข้าต้องทำเช่นนี้ ถ้าเจ้า