วีอู๋เดินออกมาจากที่ซ่อน ยันต์ซ่อนกายบนร่างถูกเขาจัดการเบาๆ ก็หายไป เขาเดินมาถึงข้างกายจินเฟยเหยา ชี้หวาหวั่นซีที่ตายตาหลับบนพื้นแล้วเอ่ยว่า “เจ้าจะจัดการนางอย่างไร ถ้าข้าเดาไม่ผิด วิญญูชนจอมปลอมเหล่านั้นคงรีบออกค้นหาแล้ว คนขั้นกำเนิดใหม่จะมีใครบ้างที่ไม่อยากได้สาเหตุที่นางสามารถบรรลุขั้นแปลงจิตได้ในพริบตา”
“ท่านก็อยากได้หรือ?” จินเฟยเหยามองจู่ซวีอู๋
จู๋ซวีอู๋ยักไหล่อย่างเหยียดหยาม “ข้าไม่สนใจเรื่องนี้หรอก ฉากนั้นข้ามิใช่ไม่เคยเห็น ข้าไม่สนใจจะกินคนเลยสักนิด รีบจัดการซากศพเถอะ ไม่เช่นนั้นพวกเราสองคนต้องกลายเป็นเป้าหมายล่าสังหาร”
“เผาทิ้งเถอะ” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างชืดชา
จู๋ซวีอู๋โยนเวทอัคคีระดับขั้นหยวนอิงออกมาดวงหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ครู่หนึ่งก็เผาหวาหวั่นซีจนกลายเป็นถ้าถ่าน ไม่รู้ว่าจินเฟยเหยาคิดอะไรอยู่ นำขวดหยกเล็กๆ ที่ใส่ยาออกมาบรรจุเถ้ากระดูกที่เหลือไม่มากบนพื้น จากนั้นใช้เวทม้วนวายุกวาดผ่าน บนพื้นก็ไม่มีร่องรอยใดๆ
จัดการที่นี่เสร็จสิ้นอย่างว่องไว คนทั้งสองก็พากบสองตัวหาทิศทางหนึ่งหลบหนีไปไกล
พวกเขาเพิ่งจากไป พวกตาเฒ่าตู้ก็เร่งรุดมา และใช้การรับรู้กวาดดูรอบด้านอย่างสุดชีวิต น่าเสียดายกลับหาอะไรไม่พบ
พวกเขาค้นหาแต่ละแห่งอย่างละเอียด คิดจะหาร่องรอยที่เคยต่อสู้ ทว่าหวาหวั่นซียินดีรับความตายเอง ไหนเลยจะมีร่องรอยอะไร การรับรู้แต่ละสายกวาดผ่านริมลำธารก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ พวกเขาค้นหาอยู่