ียนเห็นคนผู้นี้ก็รีบถอยหลังทันที
เสื้อผ้าบนร่างหวาหวั่นซีขาดวิ่น ภายใต้พลังวิญญาณที่แผ่พุ่ง เส้นผมทั้งศีรษะกระจายและล่องลอยอยู่กลางอากาศราวกับมีชีวิต ที่หางตามีน้ำตาโลหิตสีแดงสองสายแขวนอยู่ ในดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
“ขั้นแปลงจิต! นางบรรลุขั้นแปลงจิตแล้ว!” ไม่รู้ว่าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนใดร้องตะโกนขึ้นอย่างกะทันหัน
ครู่หนึ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหมดก็ถอยหลังกรูด บางคนอยากจะล่าถอยไปสักหนึ่งพันหลี่ ขั้นแปลงจิต ผู้บำเพ็ญเซียน ณ ที่นั้นคนใดจะสู้ได้ นี่มิใช่ธุระในบ้านของตนเอง เทียบกันแล้ว ชีวิตของตนเองสำคัญกว่าหวาหนานจื้อ
“เจ้าคิดจะเอาอย่างไร!” ศีรษะของหวาหนานจื้อถูกหวาหวั่นซีกุมไว้อย่างแน่นหนา เล็บอันคมกริบแทงลึกเข้ามาในหนังศีรษะของเขาจนเกิดบาดแผลมีโลหิตสดไหลออกมา
ถึงแม้ขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลายจะห่างจากขั้นแปลงจิตเพียงก้าวเดียว ทว่าก้าวเดียวนี้ ทำให้ความแข็งแกร่งต่างกันมากกว่าหมื่นหลี่ ศีรษะของหวาหนานจื้อถูกกุมไว้บวกกับร่างบาดเจ็บสาหัสจึงไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน
“ข้าบอกแล้ว เพียงคิดจะฆ่าเจ้า” หวาหวั่นซีเอ่ยเบาๆ จากนั้นโบกมือขวา สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณที่มีจุดสีแดงโลหิตก็ปรากฏขึ้นข้างกาย อ้าปากกว้างกัดหวาหนานจื้อที่ร้องโหยหวนไม่กี่คำก็กลืนลงไป
ครั้งนี้หวาหวั่นซีไม่ได้ดูดซับปราณโลหิต ทว่ามองผู้บำเพ็ญเซียนรอบด้านอย่างสงบ สายตามองไปที่ใด ผู้บำเพ็ญเซียนตรงนั้นก็หดตัวไปด้านหลังอย่างระแวดระ