วาหวั่นซีนั่งขัดสมาธิบนพื้น พลันเงยหน้าขึ้นสูดหายใจลึกๆ บนร่างสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณสีโลหิตมีแสงสีเลือดปะทุขึ้นมา แสงสีแดงโลหิตทั้งหมดพุ่งเข้าหาหวาหวั่นซีและถูกนางดูดซับโดยชอนไชเข้าไปในรูจมูกของนาง
หวาหวั่นซีดูดซับแสงสีแดงเหล่านี้อย่างสำราญ สีหน้าที่เมื่อครู่ยังซีดขาวเปลี่ยนเป็นมีเลือดฝาดทันที แม้แต่จู๋ซวีอู๋และจินเฟยเหยาที่อยู่ห่างจากนางยังรู้สึกได้ พลังการบำเพ็ญเพียรของนางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แค่ที่สูดไปเมื่อครู่ อย่างน้อยที่สุดต้องเท่ากับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ต้องลำบากลำบนฝึกบำเพ็ญอยู่หลายสิบปี
“มิน่าเล่าพลังการบำเพ็ญเพียรของนางจึงเพิ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ นี่เป็นกระบวนท่าอะไร ยังอหังการกว่าดึงพลังหยางเสริมพลังหยินมากนัก” ไม่รู้ว่าจินเฟยเหยากำลังถามจู๋ซวีอู๋หรือเพียงคิดจะหาคนมาคุยด้วย จึงถ่ายทอดเสียงไปหาจู๋ซวีอู๋เหมือนพูดกับตนเอง
ฉากแบบนี้ จู๋ซวีอู๋ผู้มีภูมิความรู้กว้างขวางก็เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญเช่นนี้ ถ้าให้นางดูดซับพลังต่อไป ไม่แน่ว่าอาจบรรลุขั้นแปลงจิตทันที ทว่าเขากลับส่ายศีรษะเอ่ยอย่างสงสาร “ถึงแม้เคล็ดวิชานี้จะอหังการ พลังการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าสภาพร่างกายของนางกลับลดลงสุดขีด ถ้าเป็นตามที่ข้าคาดคิด นางน่าจะรู้สภาพของตนเอง นางกำลังใช้ชีวิตแลกพลังการบำเพ็ญเพียร เพื่อพลังการบำเพ็ญเพียรแม้แต่ชีวิตก็ไม่ต้องการแล้ว”
“จะตายหรือ?” จิน