“อยู่ที่ใด ข้าดูหน่อย” หลังจินเฟยเหยาได้ยินการถ่ายทอดเสียงก็รีบเดินมาแนบกับผนังและกวาดดู กลับพบว่าการรับรู้กวาดเข้าไปในนั้นไม่ได้ ความแตกต่างของพลังการบำเพ็ญที่น่าตาย
ไม่เห็นคนในนั้นทำให้จินเฟยเหยาไม่พอใจ ดังนั้นจึงเอ่ยอย่างเดือดดาล “พี่จู๋ นำพวกเขาออกมาได้หรือไม่?”
จู๋ซวีอู๋ตรวจสอบดูรอบหนึ่งจึงเอ่ย “ด้านบนมีการป้องกัน ถ้าจะทำลายวงเวทต้องใช้เวลาหน่อย ถ้าแข็งขืนทำลายทันที ความเคลื่อนไหวจะใหญ่โตเกินไป”
“ท่านว่าด้านในจะมีสิ่งของมีค่าหรือไม่ ถ้ามีก็เปิด ถ้าไม่มีก็ช่างเถอะ” จินเฟยเหยาเอ่ยถามอย่างสนใจ
“หา?” จู๋ซวีอู๋ตะลึงงัน “เจ้าไม่คิดจะช่วยคน?”
จินเฟยเหยามองเขาอย่างสงสัย “เพราะเหตุใดข้าต้องช่วยคน? คนของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยไม่ชอบข้า ครั้งที่แล้วยังคิดจะสังหารข้า ข้าไม่ชอบพวกเขา”
เพราะเหตุใด? จู๋ซวีอู๋จนคำพูด บอกไม่ช่วยคนได้อย่างมีเหตุผลเต็มปากเต็มคำ เปลี่ยนเป็นคนปกติน่าจะพูดเสแสร้งสักหลายประโยค
ใช้การรับรู้กวาดดูในกำแพงอีกหลายครั้ง พบว่าด้านในมีสิ่งของที่มีปราณวิญญาณจำนวนมากจริงๆ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยว่า “มี ด้านในมีพื้นที่ไม่เล็กนัก มีสิ่งของที่มีปราณวิญญาณมากมาย”
“พี่จู๋ ใช้ประตูซวีคงอะไรนั่นเข้าไปได้หรือไม่?” จินเฟยเหยานึกถึงเวทมนตร์ที่จู๋ซวีอู๋ใช้ก่อนหน้านี้ คิดจะทะลุกำแพงมิใช่ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือหรือ
จู๋ซวีอู๋เอ่ยอย่างไม่พอใจ “นั่นไม่ใช่เวทมนตร์ที่ใช้สำหรับทะลุกำแพงขโมยของโดยเฉพาะ เดินในเส้