ไม่รีบหยุดอีก ไม่รู้จักอับอายเกินไปแล้ว!”
“เจ้าว่าอะไรนะ! ช่วยข้าดึงมือนางออกไปก่อน ขอเพียงข้าพิงทรวงอกก็พอ” จู๋ซวีอู๋รู้ว่าถูกเข้าใจผิด ทว่าไม่ทันได้อธิบายมากความ ได้แต่ตะโกนอีกรอบหนึ่ง
ตาเฒ่าตู้ส่ายหน้าอย่างหมดหวัง พลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงเอ่ยอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง “พี่จู๋ ท่านมีสัมพันธ์กับสตรีได้แล้ว?”
“ถุย! อะไรคือข้ามีสัมพันธ์กับสตรีได้แล้ว ข้าไม่ใช่ขันทีเสียหน่อย!” จู๋ซวีอู๋เดือดดาลทันที พลังวิญญาณปะทุขึ้น ครู่หนึ่งมือของจินเฟยเหยาก็ถูกดีดออก ส่วนเขาก็ฉวยโอกาสแนบกับทรวงอกของจินเฟยเหยา ในดวงตามีแสงสีเขียววาบ การรับรู้ทะลวงเข้าห้วงการรับรู้ของจินเฟยเหยาอย่างไม่กระโตกกระตาก
เสียงดังเพี๊ยะ เขาถูกจินเฟยเหยาผลักออกในพริบตา ใบหน้ายังถูกตบอย่างแรงหนึ่งที
จินเฟยเหยายกมือ รู้สึกว่าทะเลสีดำในห้วงการรับรู้ปั่นป่วน เทาเที่ยตัวน้อยๆ กระโดดออกจากทะเลขึ้นกลางอากาศและร้องคำรามในห้วงการรับรู้อันว่างเปล่า ครู่หนึ่ง มันก็เหลียวซ้ายแลขวา แล้วกระโดดตูมลงในทะเลสีดำอีกครั้ง
ในขณะที่นางสงบการรับรู้ จู๋ซวีอู๋มองนางแวบหนึ่ง จากนั้นหมุนตัวไปด่าทอตาเฒ่าตู้ “เจ้าเฒ่าราคะ นางเป็นผู้เยาว์ชั้นหลานของข้า ข้าเพียงแค่ตรวจสอบพลังการบำเพ็ญเพียรของนางเล็กน้อย เจ้าจะตะโกนวุ่นวายหาอะไร ผู้ใดจะเหมือนเจ้า แต่งอนุภรรยา ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นว่าไม่รู้จักอับอาย แล้วก็ ที่เจ้าพูดเมื่อครู่ว่าข้ามีสัมพันธ์กับสตรีได้แล้ว