อยู่บนพรมชัดเจน บนสีหน้าเคร่งขรึมของหลายคนในจำนวนนั้นก็เผยความรู้สึกในพริบตา
“เขามาได้อย่างไร? หวาหนานจื้อเชิญเขามาหรือ?” ในกลุ่มคนมีเสียงความคิดเห็นเบาๆ ดังมาทันที
“ใครจะส่งเทียบเชิญให้เขา อีกทั้งข้าได้ยินว่าเขากำลังท่องเที่ยวหาประสบการณ์อยู่ข้างนอก ไม่ได้กลับสำนักตงอวี้หวงมาตลอด น่าจะเพียงผ่านมาพอดี เจ้ามิใช่ไม่รู้จักคนผู้นี้ ชอบมาร่วมความครึกครื้นตั้งแต่ขั้นหลอมรวม”
“ช่างเถอะ ข้าจะไปถามดู ต่อหน้าธารกำนัลน่าเกลียดเกินไปแล้ว ขายหน้าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่อย่างพวกเราต่อหน้าผู้เยาว์รุ่นหลัง”
วิญญูชนอันเที่ยงธรรมใบหน้าอายุสี่สิบกว่าปีไว้หนวดเครายาวผู้หนึ่งเอ่ยหลังส่ายศีรษะเบาๆ ก้าวย่างของคนผู้นี้มีปราณวิญญาณรูปมังกร เหาะมาถึงเบื้องหน้าจู๋ซวีอู๋และจินเฟยเหยาอย่างสง่างาม เอ่ยอย่างจนใจว่า “พี่จู๋ ท่านทำอะไรอยู่?”
ศีรษะของจู๋ซวีอู๋กำลังถูกจินเฟยเหยาผลัก มองไม่เห็นว่าด้านหลังเป็นใคร ทว่าพอได้ยินเสียงก็เอ่ยอย่างยินดีทันที “ที่แท้เป็นตาเฒ่าตู้ เจ้ามาพอดี รีบช่วยดึงมือนางออกไป! นางผลักข้าแบบนี้ ข้าก็พิงไม่ได้”
สีหน้าตาเฒ่าตู้เปลี่ยนเป็นปั้นยากทันที เขามิใช่มองไม่ออกว่าจู๋ซวีอู๋คิดจะทำอะไร อดบริภาษอย่างเดือดดาลไม่ได้ “พี่จู๋ ท่านเป็นถึงผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ ทั้งยังเป็นเจ้าตำหนักของสำนักตงอวี้หวง คิดไม่ถึงว่าจะคิดทำเรื่องเสียมารยาทกับผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขั้นหลอมรวมต่อหน้าคนมากมาย ยัง