“องุ่นขนาดเท่าศีรษะ? ในตัวเจ้ามีของกินไม่น้อยเลย” เด็กหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ
“โชคดี บังเอิญได้มา” จินเฟยเหยายิ้ม ค้นองุ่นสีแดงม่วงเม็ดหนึ่งยื่นส่งให้ คิดจะให้เขาลองชิมความหวานก่อน จากนั้นค่อยควักศิลาวิญญาณซื้อไปเยอะๆ
น่าเสียดายที่หลังจากเด็กหนุ่มกินองุ่น ก็เอ่ยอย่างเสียใจ “รสชาติไม่เลว แต่น้ำเยอะและลูกใหญ่เกินไป ทำให้ข้าเปียกไปหมดทั้งตัว เสื้อผ้าสกปรกหมดแล้ว”
จินเฟยเหยามองเขาอย่างหมดวาจา แขนเสื้อและทรวงอกล้วนมีน้ำองุ่นสีม่วงแถบใหญ่ ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปีกินอาหารไม่ระวังจนเปื้อนไปหมดทั้งตัว
“ยายหนูอย่างเจ้าน่าสนใจ ชื่ออะไร อยู่สำนักใด?” เด็กหนุ่มมีสีหน้าอยากลักพาตัว เช็ดน้ำองุ่นในมือลงบนพรมบิน
“ยายหนู…” ถึงจะเข้าใจว่าคนผู้นี้มีเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเป็นเด็กหนุ่ม ที่จริงอย่างน้อยสุดต้องอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว แต่พอถูกเขาเรียกว่ายายหนู ยังทำให้จินเฟยเหยารู้สึกไม่ชิน
จินเฟยเหยาคิดว่าผ่านมาสิบปี คนเหล่านั้นน่าจะไม่ตามหาตนเองอีก โลหิตตานมารก็ใช้หมดแล้ว ถ้าในหลายสิบปีนี้ยังค้นหาตนเองอยู่คงว่างงานไม่มีอะไรทำจริงๆ ดังนั้นนางจึงเอ่ยอย่างเปิดเผย “ข้าชื่อจินเฟยเหยา ไร้สำนักสังกัด เป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระ”
“จินเฟยเหยา?” เด็กหนุ่มมองจินเฟยเหยาอย่างตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่าจะได้พบนางที่นี่ เด็กหนุ่มขั้นกำเนิดใหม่ผู้นี้ก็คือจู๋ซวีอู่ที่ออกมาหาประสบการณ์ภายนอกและตามหาจินเฟยเหยาอย่างลำบากลำบนถึงหกส