งออกมา
จู๋ซวีอู๋มองนาง กระพริบตาปริบๆ เอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าเจ้าปลอมเป็นบุตรสาวของข้า กระบวนท่านี้จะใช้ได้หรือ?”
จินเฟยเหยาก็มองเขาเช่นเดียวกัน เอ่ยด้วยสีหน้าใสซื่อ “ผู้อาวุโส ท่านบอกว่าข้าน่าสนใจมิใช่หรือ อยากให้ข้ากลับไปสำนักกับท่าน ถ้าเป็นบุตรสาวไม่ได้จะบอกว่าข้าเป็นหลานสาวของลูกพี่ลูกน้องของภรรยาของท่านลุงใหญ่ของท่านก็ได้ ถือว่าเป็นญาติมาหาที่พึ่งพา ข้าไม่สนใจว่าจะเด็กกว่าท่านกี่รุ่น ถึงอย่างไรท่านก็ต้องแก่กว่าข้ามากแน่”
“ให้เจ้าไปกินฟรีดื่มฟรี เจ้ายังมีปัญหามากมายปานนี้ คนอื่นยังร้องไห้คร่ำครวญอยากเข้าสำนักของข้า เจ้ากลับดียิ่งนัก ยังจะปลอมตัวเป็นญาติข้า คิดจะอยู่เพียงในนาม” จู๋ซวีอู๋เอ่ยอย่างไม่พอใจ
จินเฟยเหยายักไหล่เอ่ยอย่างจนใจ “เช่นนั้นก็หมดหนทาง ท่านเป็นคนอยากให้ข้าไปนะ ที่จริงข้าก็ไม่ได้อะไร”
“เอาละๆ อาศัยกินเพียงในนามก็อาศัยกินเพียงในนาม ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ได้รับผิดชอบโรงอาหาร ดูเรื่องสนุกของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยจบแล้ว เจ้าก็ตามข้ากลับสำนักตงอวี้หวง” จู๋ซวีอู๋ก็รู้สึกไม่เห็นเป็นอะไร จึงตกปากรับคำ
“สำนักตงอวี้หวง?” จินเฟยเหยาตกตะลึง มองจู๋ซวีอู๋อย่างตกใจ
จู๋ซวีอู๋แย้มยิ้มอย่างเจิดจรัส “ใช่ สำนักตงอวี้หวง เจ้ารู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้เข้าสำนักใหญ่ขนาดนี้ใช่หรือไม่ และรู้สึกสำนึกเสียใจว่าถ้ารู้แต่แรกจะกราบข้าเป็นอาจารย์ทันทีใช่หรือไม่”
สำนึกเสียใจ สำนึกเสียใจแทบตายแล้ว! จินเฟยเหยาอก