้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาอยู่สำนักอะไร ดีขนาดนี้จริงๆ หรือ?
“ผู้อาวุโส ท่านคิดว่าจะมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมจะยอมเป็นศิษย์เพื่อโรงอาหารที่ทุกสำนักต่างก็มีหรือ” นอกจากโรงอาหารแล้ว จินเฟยเหยาก็ปวดศีรษะกับความซับซ้อนของบุคลากรและกฎเกณฑ์ในสำนัก มีผลประโยชน์เพียงเท่านี้ ทำให้นางหวั่นไหวได้เก้าในสิบส่วนเท่านั้น
จู่ซวีอู๋นอนตะแคงบนพรมบินตามสบาย ยิ้มให้จินเฟยเหยาเผยให้เห็นฟันขาวราวหิมะ “แล้วเจ้าคิดจะเอาอย่างไรจึงยอมไป ข้ารู้สึกว่าเจ้าน่าสนใจดี น่าสนุกกว่าศิษย์สตรีพวกนั้นที่เห็นข้าก็ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า บอกเงื่อนไขของเจ้ามาเถอะ อย่างอื่นข้ามีไม่มาก ทว่าก็พอมีสมบัติอยู่บ้าง”
“ข้าไม่อยากเป็นศิษย์ของท่าน แต่ข้าอยากยืมใช้โรงอาหารของพวกท่าน” จินเฟยเหยาโยนผลไม้สีแดงให้เขาอย่างใจกว้าง จากนั้นยิ้มเจ้าเล่ห์
จู๋ซวีอู๋รับผลไม้เช็ดบนเสื้อผ้าแล้วแทะคำหนึ่ง จากนั้นเอ่ยถามอย่างสนใจ “ลองพูดมา ยืมอย่างไร”
“ท่านเชิญข้าไปเป็นแขก จากนั้นให้ข้าอาศัยอยู่บนยอดเขาของท่าน แล้วให้ข้าไปกินฟรีดื่มฟรีที่โรงอาหารได้ ข้าสามารถช่วยท่านทำเรื่องบางอย่าง ทว่าไม่อาจมากเกินไปอย่างมากเดือนละหนึ่งเรื่อง อีกทั้งห้ามเกินเวลาสามวัน ที่จริงท่านบอกว่าข้าเป็นบุตรสาวที่หายไปของท่านก็ได้ แค่มาพึ่งพาอาศัยท่านไม่ต้องเข้าสำนักให้กินฟรีก็พอ ข้าขั้นหลอมรวมแล้ว ข้าไม่ต้องการการปรนนิบัติ ต้องการเพียงที่อยู่อาศัยก็พอ” จินเฟยเหยาบอกความคิดของตนเอ