เองในเผ่าพันธุ์เดียวกัน จินเฟยเหยาควบคุมมังกรหมอกตัวนี้ไปโจมตีมังกรหมอกสามตัว ชั่วขณะทำให้มังกรหมอกสามตัวนั้นจิตหลุดอยู่พักหนึ่ง หลังได้สติคืนมา มังกรสามตัวก็ผละจากจินเฟยเหยา พุ่งเข้าใส่เจ้ามังกรที่ไม่รักษากฎเกณฑ์ตัวนี้
หลังการต่อสู้อันชุลมุนของมังกรสี่ตัวผ่านพ้นไปราวกับลมพัดเศษเมฆ มังกรหมอกตัวที่จินเฟยเหยาควบคุมก็เหลือแต่กระดูก มังกรหมอกตัวหนึ่งในนั้นเรอใส่นางราวกับเย้ยหยัน
“อ่อนแอเกินไปแล้ว!” จินเฟยเหยาผิดหวังอย่างหนัก เวทมนตร์ห่วยแตก คิดไม่ถึงว่าขั้นหลอมรวมจะได้เวทมนตร์แบบนี้มา ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าต้องเตรียมตัวนาน ถ้าคู่ต่อสู้ไม่ได้เป็นบุคคลอันร้ายกาจ ถึงเอามาทำหุ่นเชิดก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเป็นบุคคลอันร้ายกาจ แล้วพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวมของตนเองจะจับตัวได้อย่างไร
ทำอยู่นาน กระบวนท่านี้คือหาคนมาแบกหม้อดำ[1]ตอนปล้นชิง!
ทิ้งกระดูกมังกรหมอก จินเฟยเหยาพกพาทงเทียนหรูอี้พุ่งเข้าใส่ ทงเทียนหรูอี้ชิ้นหนึ่งกลายเป็นตาข่ายเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้าลอยขึ้นกลางท้องนภา ครอบตาข่ายใส่มังกรหมอกสามตัวราวกับจับปลา จากนั้นทงเทียนหรูอี้อีกชิ้นหนึ่งกลายเป็นค้อนขนาดใหญ่ทุบมังกรหมอกสามตัวในแห
การต่อสู้จริงหลายครั้งทำให้จินเฟยเหยารู้ว่า เทียบกับของวิเศษพวกกระบี่แล้ว ค้อนและกระบองใหญ่ๆ ใช้ได้ผลที่สุด พื้นที่โจมตีใหญ่ แรงโจมตีแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะตัวใหญ่และหนาเพียงใด ใช้ค้อนทุบลงไปสถานเบาก็ต้องทุบกระดูกแตกได้หลายท่