อน
มังกรหมอกสามตัวถูกทงเทียนหรูอี้ทุบจนเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุกท้าย หายใจพะงาบๆ เกาะลอยได้เล็กเกินไป ลากมังกรหมอกพวกนี้กลับไปก็ไม่มีที่วาง จินเฟยเหยาได้แต่ลอยอยู่กลางอากาศ ใช้เวทดึงวิญญาณกับมังกรหมอกที่ใกล้ตายสามตัว
คิดถึงตอนใช้เวทดึงวิญญาณขณะอยู่ขั้นสร้างฐาน ดึงออกมาตัวหนึ่งก็เหน็ดเหนื่อยแทบตาย ตอนนี้ขั้นหลอมรวมแล้ว ดึงวิญญาณมังกรที่หายใจพะงาบๆ ได้สบายๆ จินเฟยเหยาดึงวิญญาณมังกรสามตัวออกมาอย่างว่องไวแล้วนำตานสัตว์ปิศาจของพวกมันไป
เกือบยี่สิบกว่าวัน นางจึงได้ตานสัตว์ปิศาจมาสามเม็ด ทว่ายังแล่นกลับเกาะลอยได้ด้วยรอยยิ้มแฉ่ง วางตานสัตว์ปิศาจสามเม็ดลงในรัศมีสิบจั้งราวกับของล้ำค่า จากนั้นตะโกนบอกมารดำที่เฝ้าเตาหลอมยา “ผู้อาวุโส ท่านดูสิ ข้านำตานสัตว์ปิศาจมาได้สามเม็ดแล้ว”
ไอสีดำทะลักออกมาจากร่างมารดำไปม้วนตานสัตว์ปิศาจ ตานสัตว์ปิศาจสามเม็ดก็หายไปจากพื้น จากนั้นเขาก็เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ทำต่อ”
“อย่าเย็นชาอย่างนี้สิผู้อาวุโส ข้ามีเรื่องคิดจะขอคำชี้แนะจากท่าน” นางไม่สนใจว่าจอมมารหลงจะรับฟังหรือไม่ รีบเอ่ยอย่างรวดเร็ว “ผู้อาวุโส ข้าเพียงคิดจะถามว่า เวทหลอมนรกกลืนวิญญาณสามารถกลืนกินผู้ฝึกบำเพ็ญที่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงกว่าข้าได้หรือไม่?”
“ทำไม เจ้าคิดจะกลืนกินข้า?” มารดำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอำมหิต
จินเฟยเหยาโบกไม้โบกมือ เอ่ยวกวน “ผู้อาวุโส ท่านอ่อนไหวเกินไป ข้าเพียงสอบถามดู ต่อให้ข้ายืมความกล้า ข้