าก็ไม่กล้าจัดการท่าน ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าเจี๋ยตันแล้ว กลับได้เวทมนตร์กระจอกแบบนี้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มค่า”
“เจ้าต้องเข้าใจจิตใจคน ความสามารถไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงมีจุดอ่อนก็มีโอกาส ถ้าสิ่งที่เจ้าควบคุมคือญาติสนิทของอีกฝ่าย เช่น บุตรชาย อาจารย์ หรือบิดามารดา จะมีประสิทธิผลดีเป็นพิเศษ ต่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าญาติสนิทถูกควบคุมก็หักใจลงมือไม่ได้” มารดำเอ่ยอย่างเย็นชา
จินเฟยเหยากลับขมวดคิ้วเอ่ยว่า “มีอะไรหักใจลงมือไม่ได้ ข้ารู้สึกว่าไม่มีปัญหาเลยสักนิด”
“…” มารดำเงียบงันเนิ่นนาน ในขณะที่จินเฟยเหยานึกว่าเขาจะไม่เอ่ยอะไรอีก เขาพลันเอ่ยว่า “เจ้านึกว่าทุกคนล้วนเป็นเช่นเจ้าหรือ ถ้าไม่มีความรู้สึกเลยสักนิดแน่นอนว่าไม่มีปัญหา”
“ท่านอย่าล้อข้าเล่นเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดนี้จะออกจากปากท่าน อีกทั้งข้ายังไม่ใช่คนต่ำช้า คนเปิดเผยตรงไปตรงมาเช่นช้า ไม่ควบคุมร่างญาติสนิทของคนอื่นไปโจมตีพวกเขาหรอก แบบนี้ยุ่งยากเกินไป มิสู้ต่อยพวกเขาตรงๆ จะสะดวกกว่า ผู้ใดจะมีเวลาว่างไปตามหาญาติสนิทของพวกเขา” จินเฟยเหยาส่งเสียงอุ๊บส์แล้วหัวเราะออกมา ใช้มือปิดปากหัวเราะ
“ไปไกลๆ เลย! มีเวลาว่างมาคุยโม้อยู่ที่นี่ ยังไม่ไปทำงานอีก!” ได้ยินคำพูดของนาง มารดำก็ด่าทออย่างดุร้ายอีกครั้ง
จินเฟยเหยาทำปากยื่น เอ่ยพึมพำอย่างไม่พอใจ “ดุร้ายใส่ข้าอีกแล้ว พลังการบำเพ็ญเพียรสูงส่งแล้วยอดเยี่ยมนักหรือ”
“ทำไม เจ้ามีปัญหาหรือ?” มารดำหูดี พูดตอบน