างด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่มี ไม่มีปัญหา ข้าก็รู้สึกว่าพลังการบำเพ็ญเพียรสูงยอดเยี่ยมยิ่ง” จินเฟยเหยากระโดดถอยหลังไปหลายก้าว ว่าแล้วก็วิ่งไปดูพั่งจื่อและต้านิว
พั่งจื่อและต้านิวที่ร่วงลงมาจากกลางอากาศ ร่างหดกลับเป็นความสูงเท่าคนธรรมดา จินเฟยเหยาลากพวกมันสองตัวมาวางด้วยกันและใช้การรับรู้ตรวจดูอย่างละเอียด
โชคดีที่ลมหายใจสงบนิ่งมั่นคง เพียงแต่ร่างกายว่างเปล่าอย่างยิ่ง ท่าทางครั้งนี้จะผลาญใช้พลังมากเกินไป ขณะที่ตรวจสอบร่างกายของพั่งจื่อ จินเฟยเหยาพบว่าในร่างของมันมีมุกขนาดนัยน์ตามังกรเม็ดหนึ่ง หลังตรวจดูอย่างละเอียด พบว่าเป็นตานสัตว์ปิศาจ ทั้งยังมีพลังวิญญาณไม่น้อยและผสานเข้ากับร่างของพั่งจื่อแล้ว รบราเป็นเวลานานก็ไม่สามารถนำออกมาได้
ตอนนี้ขอเพียงมีสิ่งที่เปี่ยมพลังวิญญาณผลักดันอีกแรงพั่งจื่อก็อาจจะบรรลุขั้นห้า เพียงแต่ขณะนี้จินเฟยเหยาไม่มีสิ่งที่เปี่ยมพลังวิญญาณ พลังวิญญาณภายในศิลาวิญญาณชั้นกลางก็ไม่เพียงพอ อย่างน้อยต้องใช้ศิลาวิญญาณชั้นบนทดลองดู ถ้าระดับพลังที่ตานสัตว์ปิศาจดูดซับไม่เพียงพอก็ได้แต่เพิ่มพลังวิญญาณทว่าไม่อาจทะลวงด่านได้ทันที
ไม่สนใจ ต่อไปมีแล้วค่อยว่ากัน
โยนพั่งจื่อไปไว้ด้านหนึ่ง เรื่องสำคัญของจินเฟยเหยาคือดูแลต้านิว มันเพิ่งขั้นหนึ่ง ทรมานอยู่ข้างนอกเป็นเวลานานจะอายุสั้นหรือไม่ พอตรวจดูกลับทำให้จินเฟยเหยาตกตะลึง ต้านิวกินอาหารดีๆ มากมายก็ไม่เคยเลื่อนขั้น เนื่องจากชีพจรว