ทีเป็นของข้า ขยะอื่นๆ ข้าไม่ต้องการ วางไว้ตรงนี้ยังเปื้อนพรมของข้าเลย” จอมมารหลงพบว่าจินเฟยเหยาไม่ได้ฟังคำพูดของเขา ทว่ากลับจ้องมองสิ่งของบนพื้นอยู่ตลอด จึงเอ่ยอย่างเย็นชา
จินเฟยเหยาเก็บสายตากลับมาโดยไม่ส่งเสียง ใครให้กำปั้นของผู้อื่นใหญ่กว่าเล่า ต่อไปถ้าข้าร้ายกาจ ข้าจะอัดเจ้าให้หัวปูดเลย นางก้มหน้าเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ธาตุไฟเข้าแทรกแล้วอย่างไร ถึงอย่างไรนี่คือสิ่งที่ท่านมอบให้ ถ้าข้าธาตุไฟเข้าแทรกก็คือท่านให้เคล็ดวิชาปลอม ถึงอย่างไรต่อไปหากมีใครถาม ข้าก็จะบอกว่าท่านให้เคล็ดวิชาปลอมแก่ข้า”
จอมมารหลงมองดูนางอย่างเย็นชา ราวกับคิดถึงเรื่องสนุกอะไรได้ พลันเอ่ยอย่างใจดี “เจ้าออกไปรอก่อน ข้าจะใช้ภาษาเผ่ามนุษย์เขียนให้เจ้าใหม่อีกฉบับ ฉบับที่เจ้าแปลเองใช้ไม่ได้ ถ้าฝึกตามในนั้น เป็นไปได้ว่าจะฝึกบำเพ็ญจนกลายเป็นสัตว์ปิศาจ”
“ท่านใจดีขนาดนี้เลย?” จินเฟยเหยามองจอมมารหลงอย่างสงสัยอยู่บ้าง เจ้าหมอนี่ไม่เคยทำเรื่องดีงามอะไร เหตุใดจึงใจดีขึ้นมากะทันหัน?
ทว่าหลายวันนี้จินเฟยเหยาเคยทดลองดู นางมั่นใจว่าไม่อาจใช้เวทหลอมนรกกลืนวิญญาณของขั้นหลอมรวมได้ ขณะที่ทดลองใช้แต่ละครั้ง มีความรู้สึกว่ากระดูกทั่วร่างรับแรงกดดันอย่างหนักไม่ไหวและเจ็บปวดจนส่งเสียงดังกรอบแกรบ กล้ามเนื้อก็เช่นเดียวกัน มีความเจ็บปวดมหาศาลที่ถูกการใช้พลังฉีกกระชาก ร่างกายทนรับพลังหลอมนรกกลืนวิญญาณไม่ไหว อีกทั้งเนื้อหาที่นางแปลออกมาเอง ไม่ล