ื่นไหลอย่างยิ่งจริงๆ อย่างน้อยที่สุดมีครึ่งหนึ่งที่ตัวนางเองอ่านไม่เข้าใจ
ทำได้ชัดๆ กลับใช้ไม่ได้ ความรู้สึกนี้ทำให้คนไม่สบายใจอย่างยิ่ง ถ้าจอมมารหลงเขียนเคล็ดวิชาสร้างร่างมารให้ตนเองจริงๆ คิดจะเอาตานสัตว์ปิศาจขั้นสี่ขั้นห้าเหล่านั้นก็เอาไปเถอะ ตอนนี้เจี๋ยตันแล้ว จะสังหารพวกมันง่ายดุจพลิกฝ่ามือ
“รอก่อน ไม่ต้องตบประตูตะโกนเรียก” จอมมารหลงหิ้วนางไปไว้ด้านนอก ไม่รู้ว่าปิดประตูทำอะไรอยู่ด้านใน
จินเฟยเหยาเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอก รอคอยเขาด้วยจิตใจไม่สงบ ผ่านไปหนึ่งชั่วยามยังไม่เห็นจอมมารหลงเปิดประตู
“เขียนเคล็ดวิชายากนักหรือ? ทำไมถึงนานขนาดนี้” จินเฟยเหยารู้สึกงุนงง แค่สิบกว่าประโยค ตนเองพลิกตำราแปลออกมายังใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเลย ถึงจะใช้ไม่ได้ ทว่าก็ถือว่าแปลออกมาได้ เขาโง่หรือ เหตุใดจึงเขียนช้าขนาดนี้
รออีกหนึ่งชั่วยาม รวมทั้งหมดเป็นสองชั่วยามจึงเห็นจอมมารหลงเปิดประตูเดินออกมา
จอมมารหลงก็คิดไม่ถึงว่าตนเองเกือบจะจำเคล็ดวิชาทงเสินไม่ได้ เดิมทีก็จำได้ไม่ชัดเจน ทั้งยังต้องใส่ในเคล็ดวิชาสร้างร่างมารอย่างไม่กระโตกกระตาก ทำความดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ให้เจ้า ตั้งแต่บัดนี้ไปเจ้าสามารถฝึกได้แล้ว” จอมมารหลงมอบป้ายหยกให้จินเฟยเหยา จินเฟยเหยารับป้ายหยกมาอ่านอย่างละเอียด เนื้อหาในนั้นราบรื่นขึ้นมากจริงๆ ส่วนที่อ่านไม่เข้าใจหลายแห่งก่อนหน้านี้สามารถอ่านเข้าใจแล้ว เพียงแต่อ่านป้ายหยกทั้งแผ่น นางพบ