ินเฟิงอวิ๋นจู๋พูดแบบนี้ โม่อวี่จู๋จึงเหลียวซ้ายแลขวาโดยไม่รู้ตัว เกรงว่าจู๋ซวีอู๋จะโผล่ออกมาจากที่ใดกะทันหัน จากนั้นเขาจึงเอ่ยกระซิบว่า “เจ้าไม่รู้หรือ ข้าได้ยินมาจากอาจารย์ว่าเดิมทีซือจู่หลอมกระจกสี่วิตกออกมาแกล้งคน เขาบอกว่าในชีวิตของคนเรามีความทุกข์ต่างๆ นานา เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นขุ่นเคือง ยินดี สุขใจ เสียใจ ล้วนสามารถทำให้เจ้าเกิดความรู้สึกที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงเรียกว่ากระจกสี่วิตก”
“ท่านหมายความว่าเขาให้คนเข้าไป จากนั้นก็ให้ประสบเรื่องที่ทำให้ขุ่นเคือง ยินดี สุขใจ เสียใจรอบหนึ่ง เช่น ถ้าอยากได้รับความรักจากครอบครัว นอกจากจะได้พบท่านพ่อท่านแม่ที่รักและเอ็นดูตนเอง ก็จะได้พบกับฉากที่ท่านพ่อท่านแม่ทรมานและสังหารตนเอง ถ้าในใจรักสตรีผู้หนึ่งอย่างยิ่งก็จะเห็นนางแต่งงานกับผู้อื่น ทว่าหลังจากเจ็บปวดเสียใจแล้ว กระจกสี่วิตกจะทำให้เห็นอีกว่าตนเองแต่งงานกับนาง หลังจากแต่งงานแล้วก็จะเห็นว่านางมีชู้อีก?”
โม่อวี่จู๋พยักหน้า “เป็นเช่นนี้ ไม่เหมือนภาพมายาที่เกิดจากจิตใจธรรมดา กระจกสี่วิตกจงใจเลือกเรื่องที่เจ้าไม่อยากทำที่สุดมากระทำ ได้ยินว่าขณะที่ซือจู่อยู่ขั้นหลอมรวม เคยโยนคู่ต่อสู้เข้าไป คนผู้นั้นเห็นตนเองแต่งงานกับบุตรสาวของตน จึงทำให้ชีพจรวิญญาณของคนผู้นั้นกระทบกระเทือนจนขาดสะบั้นทันที”
“บุตรสาวของคนผู้นั้นอายุเท่าใด?” เฟิงอวิ๋นจู๋รู้สึกบ้าบออยู่บ้าง ไม่เข้าใจว่าทำไมตนเอง