ต้องถามเช่นนี้
โม่อวี่จู๋เหม่อมองไปไกล และเอ่ยอย่างชืดชา “เจ็บขวบ”
“ซือจู่ตลกร้ายจริงๆ ท่านพูดเช่นนี้ยังจะให้ข้าเข้าไปในกระจกสี่วิตกหรือไม่” เฟิงอวิ๋นจู๋ปาดเหงื่อเย็นเยียบ อยากจะไปถามไป๋เจี่ยนจู๋ทันทีว่าเขาจัดการภาพมายาได้อย่างไร
พอคิดว่าตนเองอาจจะถูกซือจู่เล่นตลกร้าย ทำให้เห็นเสี่ยวจูเล็กๆ โขยงหนึ่งที่เกิดจากอวี้จู เขาก็อยากหาเชือกปอสักเส้นผูกคอตนเองตาย กระจกสี่วิตกนี้ไม่เข้าไปได้หรือไม่
ในขณะที่เฟิงอวิ๋นจู๋สับสนอย่างที่สุด ภาพมายาเหนือตำหนักซวีชิงก็ค่อยๆ ล่าถอยไป ครู่หนึ่งประตูใหญ่ของตำหนักซวีชิงก็เปิดออก ไป๋เจี่ยนจู๋เดินติดตามด้านหลังคงจู๋อู๋และคงจู๋โหย่วออกมา ทุกคนรีบเหินร่างและเหยียบไผ่มาหา ห้อมล้อมเขาไว้แล้วพากันเอ่ยแสดงความยินดีกับเขา
สีหน้าของไป๋เจี่ยนจู๋ซีดขาวอยู่บ้างทว่าตรงส่วนอื่นๆ ยังไม่เลว สภาพจิตใจดีกว่าเมื่อก่อนมาก เขาเพิ่งบรรลุขั้นหลอมรวม ห้วงการรับรู้ยังไม่เสถียร คงจู๋อู๋สั่งให้เขาไปปิดด่านกักตนสองสามปีทำให้ห้วงการรับรู้มั่นคงก่อน ทว่าโม่อวี่จู๋กลับรีบเชิญคงจู๋อู๋มาด้านข้าง ทั้งสองคนพูดคุยกันเบาๆ
เฟิงอวิ๋นจู๋ฉวยโอกาสนี้เข้าไปใกล้ไป๋เจี่ยนจู๋และเอ่ยถามว่า “ศิษย์น้องไป๋ ตอนเจี๋ยตันเจ้าเห็นภาพมายาอะไร และคลี่คลายอย่างไร?”
ไป๋เจี่ยนจู๋ลังเลเล็กน้อย เห็นบรรดาศิษย์พี่ที่ยังไม่ได้เจี๋ยตันมองเขาด้วยสีหน้าวาดหวังก็เงยหน้าขึ้นเอ่ยด้วยสายตาเคร่งขรึม “ภาพมายาน่ากลัวอย่างยิ่ง ท