ั้งยังอธิบายไม่ได้ ทำร้ายปณิธานอย่างสาหัสสากรรจ์ ทำให้รู้สึกสงสัยในตนเอง ข้าไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เจี๋ยตันในกระจกสี่วิตกอย่างไร ทว่าของข้าคือสะบั้นจุดกำเนิดแห่งฝันร้าย ภาพมายาหายไปจึงเจี๋ยตันทันที”
“ศิษย์น้อง นอกจากซือจู่และเจ้า ยังไม่มีผู้อื่นเจี๋ยตันในกระจกสี่วิตกชั่วคราว เจ้าพูดคลุมเครือเกินไป บอกตรงๆ หน่อยได้หรือไม่ว่าเห็นอะไร?” เฟิงอวิ๋นจู๋เอ่ยอย่างไม่พอใจ
ไป๋เจี่ยนจู๋มองเขาแล้วเงียบงันอยู่นาน จากนั้นจึงเอ่ยช้าๆ “ข้าลืมไปแล้ว”
“อ๋า? หรือว่าเป็นเรื่องที่ให้คนอื่นรู้ไม่ได้ ดังนั้นเจ้าจึงไม่อยากบอก คำตอบแบบนี้ไล่คนเกินไปนะ?” เฟิงอวิ๋นจู๋เอ่ยอย่างไม่ยินยอม
“คงอย่างนั้น” ไป๋เจี่ยนจู๋ตอบอย่างชืดชาดังเดิม ไม่ยอมรับและไม่ได้ปฏิเสธ จิตใจสงบเกินคาด บางทีนี่คือประสิทธิภาพของกระจกสี่วิตก
ยามนี้คงจู๋อู๋และโม่อวี่จู๋เดินมาหา ทั้งสองคนกระซิบคุยกันจบแล้ว
คงจู๋อู๋เดินมาถึงเบื้องหน้าทุกคน เอ่ยกับไป๋เจี่ยนจู๋ว่า “เจี่ยนจู๋ ตอนนี้เจ้าเจี๋ยตันสำเร็จแล้ว ตามเหตุผลต้องปิดด่านกักตนหลายปีก่อนเพื่อทำให้พลังการบำเพ็ญเพียรเสถียร ทว่าธุระในสำนักมีมากมายเกินไป เจ้าต้องช่วยหน่อย แต่ไม่กระทบเสถียรภาพของพลังการบำเพ็ญเพียรของเจ้าหรอก หาเวลาว่างวันละหนึ่งชั่วยามก็พอ”
“ไม่มีปัญหา ไม่ทราบอาจารย์จะให้ข้าทำสิ่งใด?” ไป๋เจี่ยนจู๋ตอบรับอย่างไม่ลังเลสักนิด
ส่วนโม่อวี่จู๋ทางด้านข้างรีบเดินมาส่งป้ายหยกชิ้นหนึ่งให้ไป๋เจี่ยนจู๋