พั่งจื่อและต้านิวจ้องมองนางด้วยนัยยะไม่ชัดเจนจากนั้นสายตาก็เลื่อนไปบนชาบู คร้านจะสนใจนางที่ปัญญาอ่อนขึ้นมากะทันหัน
จินเฟยเหยาส่ายศีรษะ เอ่ยอย่างจริงจัง “ท่าทางต้องฉวยโอกาสที่ฤดูหนาวไม่มีสัตว์ปิศาจมารบกวน ข้าสมควรจะหลอมยาปราณฟ้าดินห้าธาตุก่อน ถึงเวลาเตรียมทะลวงขั้นหลอมรวมแล้ว”
ยาปราณฟ้าดินห้าธาตุที่เต็มไปด้วยรสเนื้อ พั่งจื่อครุ่นคิดแล้วก็รู้สึกว่าเส้นทางการเจี๋ยตันนั้นน่ากลัวเกินไป
ขณะนี้ บนยอดเขาซวีชิงแห่งสำนักตงอวี้หวงมีฟ้าร้องฟ้าแลบ บนท้องนภามีเมฆดำหนาทึบปกคลุม ชั้นเมฆสีดำหนาทึบขนาดยักษ์กองสุมอยู่เหนือยอดเขาซวีชิง
ภายในตำหนักซวีชิง คงจู๋อู๋และคงจู๋โหย่วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่สองฟากของกระจกสี่วิตก กระจกสี่วิตกกำลังสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ท่าทางเหมือนจะปริแตกได้ทุกเมื่อ คงจู๋อู๋และคงจู๋โหย่วกำลังใช้พลังวิญญาณทำให้กระจกสี่วิตกสงบนิ่งและรักษาพลังวิญญาณให้ไหลเวียนอย่างราบรื่น
ศิษย์ของตำหนักซวีชิงทั้งหมดล้วนย้ายมาอยู่บนเขาลูกอื่นๆ รวมกลุ่มกันดูปรากฏการณ์ประหลาดนี้
เฟิงอวิ๋นจู๋กอดอกและจุปากเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าศิษย์น้องไป๋กำลังจะเจี๋ยตัน ไม่รู้ว่าจะสำเร็จในคราเดียวหรือไม่ ถึงตอนนั้นตำหนักซวีชิงของพวกเราจะมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน”
“อวิ๋นจู๋ เจ้าพยายามหน่อยได้หรือไม่ แม้แต่ศิษย์น้องเล็กก็จะเจี๋ยตันแล้ว เจ้ากลับสร้างวงเวททั้งวัน หลังจากเจ้าเจี๋ยตันค่อยไปสร้างวงเวทไม