หินแร่ทนไฟออกมาก่อเป็นเตาผิงล้อมภายในกระโจม
นางนำไม้วิญญาณที่ทำหุ่นเชิดออกมาก่อกองไฟขึ้นในเตาผิงอย่างสิ้นเปลือง รอบกองไฟปูด้วยหนังสัตว์กันน้ำหนึ่งชั้น บนนั้นยังปูหนังสัตว์ที่มีขนหนาๆ เพิ่มเติมอีก ไม่นานนัก ภายในกระโจมก็อบอุ่น หนึ่งคนสองกบนั่งล้อมวงอยู่รอบเตาผิง ผึ่งเสื้อผ้าที่เปียกปอนบนร่างและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายที่เย็นเฉียบ ส่วนกรงนกหลังจากนกปีกสวรรค์ถูกสายฟ้าขู่ขวัญจนสลบไปก็ถูกนางโยนให้ต้านิวดูแล
“แค่ฝนตกฟ้าร้องนิดหน่อยก็คิดจะทำให้ข้าลำบาก เด็กน้อยจริงๆ” จินเฟยเหยาผลัดเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแห้ง นั่งอยู่ข้างเตาผิงและใส่ไม้วิญญาณเข้าไปอย่างกระหยิ่มใจ
“โครก…คราก…” ในยามนี้เอง เสียงท้องของต้านิวร้องขึ้น มันหิวแล้ว
จินเฟยเหยาก็รู้สึกว่านั่งตัวแห้งผิงไฟน่าเบื่อหน่ายอยู่บ้าง ทำอาหารอร่อยๆ กินดีกว่า ทว่าพอถามต้านิวจึงนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่ใช้ทำอาหารทั้งหมดอยู่ในอ่างมายาจิ่งเทียน หม้อ ชาม กระบวย อ่าง ฟืน ข้าวสาร น้ำมัน เกลือ แม้แต่น้ำสะอาดก็นำออกมาไม่ได้ ต้องรับประทานลมตะวันตกเฉียงเหนือ[2]หรือ
“ให้ข้าคิดดูหน่อย ข้าไม่เชื่อว่าคนจะกลั้นปัสสาวะตายได้[3]” นางเริ่มค้นหาสิ่งของในถุงเฉียนคุน
ครู่หนึ่ง ก็เห็นนางหยิบสิ่งของออกมาอย่างต่อเนื่อง
“นี่ทำเป็นหม้อ ใช้มันปรุงอาหารต้องอร่อยแน่” จินเฟยเหยาชูเปลือกหอยสายรุ้งขึ้นแล้วเอ่ยอย่างยินดี นี่เป็นเปลือกหอยอันงดงามที่นางพบขณะล่าสัตว์ตามแนวปะการังแล้วเก็