บกลับมา วางแผนไว้ว่าวันหลังจะใช้ประดับตกแต่งถ้ำเซียน
“พวกนี้ใช้เป็นชามได้ อีกเดี๋ยวข้าจะใช้ไม้วิญญาณแกะเป็นตะเกียบและช้อน” จินเฟยเหยาโยนเปลือกหอยขนาดเท่าฝ่ามือให้ต้านิว จากนั้นค้นหาไม้วิญญาณออกมาและใช้มีดสั้นฝานเป็นตะเกียบบิดๆ เบี้ยวๆ หลายคู่และช้อนหน้าตาประหลาดอัปลักษณ์
ทำสิ่งของเหล่านี้เสร็จ นางจึงพบว่าไร้ข้าวสารกรอกหม้อ อาหารทั้งหมดล้วนอยู่ในอ่างมายาจิ่งเทียน อีกทั้งไม่ได้ล่าสัตว์ปิศาจมานานแล้ว ภายในถุงเฉียนคุนไม่มีเนื้อสัตว์ หรือว่าต้องต้มหนังสัตว์เมื่อหลายปีก่อนกิน?
นึกถึงหนังสัตว์ที่วางทิ้งไว้หลายปีเหล่านั้น ต้มออกมาคงรสชาติไม่ดีเท่าไร จินเฟยเหยาตัดสินใจรองน้ำฝนต้มเป็นน้ำร้อนดื่มก่อน
นางยกหอยสายรุ้งไปวางบังหนังสัตว์ตรงทางเข้ากระโจม โผล่ศีรษะออกมาคิดจะรองน้ำฝนสักหน่อย ก็เห็นดวงตาสูงครึ่งตัวคนกำลังจ้องมองตนเองอย่างตั้งใจ ดวงตาและนางอยู่ใกล้กันมากห่างเพียงนิ้วมือเดียว
“ตัวอะไรน่ะ!” จินเฟยเหยาตกใจ รีบตะโกนลั่นทันที
ไม่รู้ว่าดวงตานั่นตกใจหรือไม่ จึงเบนออกมาหลังจากนางตะโกน จินเฟยเหยาจึงพบว่านี่คือสัตว์ปิศาจขนาดยักษ์ตัวหนึ่ง ยืดคอยาวออกมาบนผิวทะเลร่างกายจมอยู่ในน้ำมองไม่เห็นบนหัวมีหงอนขนาดยักษ์
มันยืดคอยาวสิบกว่าจั้งก้มลงมองจินเฟยเหยาจากตำแหน่งสูง ไม่ได้โจมตีทันที ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“เห็นมันหน้าตาเชื่อง หรือว่าเป็นสัตว์ปิศาจที่น่ารักและรักสงบ?” จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองสัตว์ป