ิศาจขั้นห้าตัวนี้ ค้นความทรงจำทั้งหมดในสมองก็นึกไม่ออกว่านี่เป็นสัตว์ปิศาจอะไร ทว่าอาศัยที่ผู้อื่นหน้าตาไร้พิษภัยนางจึงรู้สึกว่านี่เป็นสัตว์ปิศาจใจดี
จินเฟยเหยาตัดสินว่าสัตว์ปิศาจมีพิษภัยหรือไร้พิษภัย อาศัยเพียงลักษณะอันเรียบง่ายไม่กี่อย่าง ถ้ามีเขี้ยว ตรงหลังมีกระดองแข็งหรือร่างกายอ่อนนุ่ม มีเขาแข็งแกร่งขนาดใหญ่ต้องเป็นสัตว์ที่มีพิษภัย ส่วนพวกตาโต ไม่มีเขี้ยวอันน่ากลัว ท่าทางน่ารักขนหนานุ่มฟูฟ่อง ท่าทางโง่งมนิดๆ คือไร้พิษภัย
ตอนนี้สัตว์ปิศาจที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง ไม่มีเขี้ยวอันน่ากลัว นี่แสดงว่าอาจจะไม่ได้กินเนื้อเป็นอาหาร “ถึงเจ้าจะไร้พิษภัย แต่ต้านิวของข้าหิวอยากกินอาหาร รบกวนเจ้าสละเนื้อเล็กน้อย แค่คอของเจ้าก็ยาวสิบกว่าจั้ง ให้ข้าตัดไปชิ้นหนึ่งก็คือตอนตัดเล็บไม่ทันระวังมือพลาดไปตัดโดนหนังเท่านั้น ไม่เจ็บเลยสักนิด” ต้องการสิ่งใดสิ่งนั้นก็มาจริงๆ เพิ่งพูดว่าไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ สัตว์ปิศาจตัวนี้ก็เป็นฝ่ายมาหาถึงที่ขาดแค่แบกเกลือมาด้วย
จินเฟยเหยาเปรียบเทียบ คิดจะหาสถานที่ซึ่งเนื้อเยอะหน่อยจากบนร่างมัน เพิ่งคิดจะใช้ทงเทียนหรูอี้ ก็เห็นสายฟ้าสายหนึ่งผ่าลงบนร่างของสัตว์ปิศาจตัวนี้อย่างแม่นยำ
จินเฟยเหยาตกตะลึง อดเอ่ยไม่ได้ว่า “ขณะที่ฟ้าผ่า ยืดคอยาวปานนี้ หากไม่ผ่าเจ้าแล้วจะผ่าใคร”
หลังสายฟ้าเจิดจ้าผ่านพ้น สัตว์ปิศาจตัวนั้นก็ยังตั้งอยู่บนทะเลอย่างปกติสุข ทว่าบนหัวมีรอยไหม้จำนวนมาก