้อโหยวยักไหล่แล้วเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “เอาเถอะ ข้าจะช่วยนำทางให้เจ้า คงเป็นสหายที่ดีพอแล้วกระมัง”
“เจ้ารู้ชัดๆ ว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ไม่ต้องให้เจ้านำทางหรอก ถ้าผู้เยาว์อย่างเจ้าไป ไม่แน่ว่าจะทำให้เขารู้สึกขายหน้า” จินเฟยเหยาพึมพำ ปฏิเสธความหวังดีของปู้จื้อโหยว
“ผู้เยาว์!” ปู้จื้อโหยวมุมปากกระตุก ได้แต่เอ่ยอย่างจนใจ “เจ้าคิดจะไปหาที่ตายก็ไปเถอะ ข้าไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
“วางใจได้ มีพั่งจื่ออยู่ ถ้าจอมมารหลงลงมือข้าจะโยนพั่งจื่อออกไปต้านทานหนึ่งกระบวนท่า จากนั้นวิ่งกลับมาที่นี่อย่างสุดชีวิต เจ้าจำไว้ ถ้าได้ยินความเคลื่อนไหวใดเจ้าก็รีบออกมา อย่าชักช้าล่ะ” จินเฟยเหยาสั่งความอย่างจริงจัง จากนั้นหิ้วพั่งจื่อออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วมองดูในชามน้ำแกงด้านล่าง น้ำแกงตัวเดียวอันเดียวยังวางอยู่ตรงนั้นอย่างดี
จินเฟยเหยาไม่เข้าใจ กินก็ไม่กิน นั่งยองๆ อยู่ด้านล่างเป็นเพื่อนกับน้ำแกงชามนั้นโดยไม่ส่งเสียงสักแอะทำไม?
นางพยักหน้าให้ปู้จื้อโหยวแล้วกอดพั่งจื่อแอบออกจากศาลาดอกไม้เดินเข้าไปในสวน สามารถมองเห็นเงาร่างของจอมมารหลงไกลๆ เขากำลังยืนอยู่ริมสระบัวทอง
หลังจินเฟยเหยาไปแล้ว ปู้จื้อโหยวไม่วางใจ จึงแอบออกจากศาลาดอกไม้คิดจะตามไปดูสักหน่อย ถ้าพูดไม่เข้าหู หวังว่าจอมมารหลงจะเห็นแก่ที่ตนเองเป็นหลานชาย ลงมือไม่อำมหิตนัก
“ผู้อาวุโส ผู้อาวุโส…” จอมมารหลงยืนอยู่ข้างสระบัวทอง ได้ยินเสียงเรียกเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง