สีสันราตรีนอกหน้าต่างกำลังเข้มขึ้น จินเฟยเหยายืนอยู่ตรงหน้าต่างตากลมราตรีอันเย็นสบาย และถอนหายใจยาว
ตอนอยู่ที่ห้องโถงก่อนหน้านี้ นางยังไม่ได้ทักทายและส่งมอบของขวัญวันเกิดที่เตรียมไว้ให้ใต้เท้าไหว ยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดประจบประแจงก็มีคนมารายงาน บอกว่าจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดในวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้ว เชิญนางไปดูหน่อยว่ายังมีตรงไหนต้องเตรียมอีกบ้าง จากนั้นใต้เท้าไหวก็แล่นไปราวกับสายลม
จินเฟยเหยากระอักกระอ่วนสุดขีด ไม่รู้ว่าใต้เท้าไหวจะเกลียดชังตนเองหรือไม่ ยังไม่ได้จัดการก็ไปเสียแล้ว ส่วนปู้จื้อโหยวกลับหัวเราะ พานางไปรับประทานอาหารค่ำแล้วไปส่งถึงห้องที่เตรียมไว้ให้ และให้นางไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดในวันพรุ่งนี้ด้วย
เดิมทีจินเฟยเหยารู้สึกว่าฐานะของตนเองไม่เหมาะจะเข้าร่วมงานเลี้ยงที่มีแต่คนเผ่ามารแบบนี้ แต่ปู้จื้อโหยวกลับบอกนางว่า รอถึงงานเลี้ยงจะช่วยหาโอกาสให้นางได้พบกับจอมมารหลง คนที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดมีมากมาย ต้องมีคนที่ใกล้ชิดกับจอมมารหลงแน่ ถ้าคนอย่างนางไปหาถึงบ้านโดยตรง หากจอมมารหลงจำนางไม่ได้ ไม่แน่ว่าจะให้สัตว์เฝ้าประตูกินตรงนั้นทันที
หลังจากจินเฟยเหยารู้ความร้ายกาจของจอมมารหลงก็ยังโอบกอดความหวังสายใยหนึ่ง ความคิดต้องการพื้นที่มิติสั่นคลอนไปเก้าในสิบส่วน ขอเพียงยังมีความคิดส่วนหนึ่งก็เพียงพอจะค้ำจุนนางไว้ได้
“พั่งจี่อ เจ้าว่าพรุ่งนี้จะได้พบจอมมารหลงหรือไม่?” นางฟุบตรงหน้าต่