้นไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า”
“ถุย! ใครบังคับให้เขาฝึกบำเพ็ญคู่ เจ้าอย่าเขียนมั่วซั่วจะได้หรือไม่ มีจรรยาบรรณในอาชีพหน่อย คนขายข่าวสารก็แต่งเรื่องได้หรือ!” พอจินเฟยเหยาได้ฟังว่าเขาเขียนแบบนี้ก็รีบยื่นมือไปแย่งตำราในมือเขา
ปู้จื้อโหยวสะบัดมือในความว่างเปล่า ตำราในมือก็ถูกเก็บเข้าถุงเฉียนคุน จากนั้นปิดปากหัวเราะ “เจ้าไม่เคยฝึกบำเพ็ญคู่?”
พริบตา จินเฟยเหยาก็หน้าแดงก่ำอย่างหาได้ยาก ถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้ายแล้วฉุดลากพั่งจื่อเดินไปก่อนอย่างเดือดดาล
“ฮ่าๆๆๆ! น่าขำแทบตายแล้ว เจ้าไม่เคยฝึกบำเพ็ญคู่! อีกทั้งเจ้ายังหน้าแดงก่ำ เจ้าถึงกับหน้าแดง” ด้านหลังมีเสียงหัวเราะของปู้จื้อโหยวดังมาทันที
“รอก่อน เจ้าไม่รู้จักทาง วันนี้มีเผ่ามารจำนวนมาก เจ้าอย่าวิ่งสะเปะสะปะไปชนพวกเขาล่ะ” เห็นจินเฟยเหยาวิ่งออกไปอย่างเดือดดาล ปู้จื้อโหยวก็รีบห้ามนางไว้ จากนั้นเอ่ยแบบกลั้นยิ้ม
“ฮึ!” จินเฟยเหยาถลึงตาใส่เขา หยุดลงอย่างไม่ยินยอม
“เจ้ารอก่อน เดี๋ยวข้าก็เสร็จแล้ว” ปู้จื้อโหยวให้นางรอสักครู่ จากนั้นเขาก็ทุบกำแพงแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
จินเฟยเหยามองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ อยากจะใช้ทงเทียนหรูอี้ไปฟันคอของเขาแรงๆ
“หัวเราะเข้าไป! ทางที่ดีหัวเราะให้ตายไปเลย!”
“ข้าหัวเราะพอแล้ว เจ้าอย่ามีโทสะเลย พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แหละ วันนี้มีอาหารอร่อยที่ไม่มีในโลกวิญญาณเป่ยเฉินให้รับประทานมากมาย ถ้าเจ้ามีโทสะจนอิ่มแล้วจะไม่ได้ลิ้มลองนะ ปกติชนชั้