“ที่แท้เจ้าไปอวยพรวันเกิดที่ภูเขาวั่นซั่นจริงๆ ข้ายังนึกว่าเจ้าหลอกลวงเสียอีก ตามที่เจ้าว่า ท่านแม่ของเจ้าเป็นคนเผ่ามาร ส่วนท่านพ่อของเจ้าเป็นคนเผ่ามนุษย์ แล้วเจ้าถือว่าเป็นฝ่ายใด?” จินเฟยเหยาเอ่ยถามอย่างสงสัย
ปู้จื้อโหยวสะบัดเส้นผม เอ่ยอย่างกระหยิ่ม “วิ่งไปมาทั้งสองฝั่ง อยากอยู่ที่ใดก็ไปที่นั่น อย่างไรเสียข้าก็ได้รับการต้อนรับจากทั้งสองฝั่ง”
“ผู้อื่นขึ้นผังสงครามวิญญาณอย่างลำบากยากเย็น เจ้ากลับดีนัก แวะแก้ไขความขัดแย้งระหว่างเผ่าก็ขึ้นผังได้อย่างสบายๆ ความขัดแย้งระหว่างเผ่าของคนเผ่ามารมีมากเกินไปหน่อยหรือไม่ รู้สึกไม่ค่อยสงบสุขเท่าใด” จินเฟยเหยาจิ้มน้ำลาย ใช้น้ำลายป้ายแล้วขัดถูลวดลายบนร่างปู้จื้อโหยว สักลงไปจริงๆ ด้วย ถูแล้วสีไม่ตก
“การแย่งชิงดินแดนระหว่างชนชั้นสูง ปกติจะส่งคนมาดวลกัน ทำสงครามขนาดใหญ่ไม่ได้ ทุกคนจะหลีกเลี่ยง เรื่องประเภทสังหารศัตรูหนึ่งพันคนทำลายฝ่ายตนเองไปห้าร้อยคนแบบนี้ อีกทั้งเผ่ามนุษย์กำลังจับจ้องเผ่ามารอยู่ หากมีโอกาสพวกเขาจะขยายดินแดนเพิ่มโดยไม่ใส่ใจ” ปู้จื้อโหยวตีนางอย่างแรง น่าขยะแขยงแทบตายแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะใช้น้ำลายมาถู
จินเฟยเหยาเก็บมือกลับมาแล้วหัวเราะหึๆ “หรือว่าระหว่างเผ่ามนุษย์ไม่มีคนพบเรื่องที่เจ้าเป็นลูกครึ่งเผ่ามาร?”
“มี แต่รู้แล้วจะทำอย่างไรได้ ก็ยังมาซื้อข่าวสารและสั่งสิ่งของจากข้าอยู่ดี”
“เจ้านี่จริงๆ เลย ในเมื่อเจ้าเป็นชนชั้นสูง พอข้าถึงภูเข