ให้พวกเขาไปภูเขาวั่นซั่น
จินเฟยเหยาเบ้ปากเอ่ยว่า “ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าจะออกเดินทางวันนี้ ข้ายังนึกว่าพวกเจ้าต้องอยู่เมืองปาต๋าอีกหลายวัน ดังนั้นจึงยังไม่ได้คิด”
“เจ้าไม่จริงจังเกินไปแล้ว เรื่องแบบนี้เหตุใดจึงไม่คิดล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อน เจ้าคงมิได้ไม่อยากพูดหรอกนะ” ปู้จื้อโหยวไม่เชื่อเลยสักนิด รบเร้าอย่างอยากรู้
“อย่ายุ่งน่า เพิ่งกินอิ่มไม่อยากขยับ รอข้าหลับสักตื่นแล้วแล้วค่อยพูดกับเจ้า” จินเฟยเหยาหลับไปอีกอย่างเกียจคร้าน โบกไม้โบกมือใส่เขาอย่างรำคาญใจ
ปู้จื้อโหยวไม่ทำแล้ว ตนเองเป็นใต้เท้าชนชั้นสูง มีที่ไหนต้องขับรถเองส่วนนางทาสหลับใหล เขาเอากล้องยาสูบจิ้มจินเฟยเหยาเอ่ยพัวพันไม่ยอมเลิกรา “เจ้าต้องบอกว่า เพราะเหตุใดเจ้าต้องไปภูเขาวั่นซั่น”
“ไม่ต้องจิ้มแล้ว มีอะไรน่าเล่ากัน! ก็แค่ข้าช่วยจอมมารที่ชื่อหลงเอาไว้ เขารับปากข้าว่าขอเพียงไปหาเขาถึงภูเขาวั่นซั่นก็จะให้พื้นที่มิติแก่ข้าชิ้นหนึ่ง ตอนนี้ข้ามาแล้ว จะได้แวะเอาหมอนอิงผุๆ ไปให้เขา ไม่แน่ว่าพอเขายินดี อาจจะให้โลหิตตารมารข้าอีกหยด” จินเฟยเหยาผุดลุกขึ้นนั่งทันที ใช้มือแย่งกล้องยาสูบที่จิ้มตนเองมาจิ้มปู้จื้อโหยวกลับหลายที
ปู้จื้อโหยวได้ยินเป้าหมายของจินเฟยเหยาก็มองนางอย่างปากอ้าตาค้าง “เจ้ามองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว เขาให้เจ้ามา เจ้าก็มา! อีกทั้งถ้าจำไม่ผิด เขาเคยให้โลหิตตานมารแก่เจ้าแล้ว ทำไมต้องให้พื้นที่มิติเพิ่มอีกชิ้น?”
หลังจินเฟยเหยา