หรี่ตาย้อนนึกดูครู่หนึ่งก็เอ่ยอย่างมั่นใจ “ไม่ผิดแน่ ตอนนั้นเขาพูดแบบนี้ ขอเพียงข้ามาหาเขาถึงภูเขาวั่นซั่นได้ เขาจะให้พื้นที่มิติแก่ข้าชิ้นหนึ่ง”
“หลอกเจ้าแล้วละ” ปู้จื้อโหยวไม่เชื่อ พื้นที่มิติไม่ใช่หญ้าริมทางเสียหน่อย บอกจะให้ก็ให้กันได้ง่ายๆ
จินเฟยเหยามองเขาอย่างดูแคลนเอ่ยอย่างกระหยิ่ม “ผู้อื่นเป็นถึงจอมมารผู้สูงส่ง จะหลอกคนธรรมดาอย่างข้าได้อย่างไร เขาต้องเห็นข้าน่าสงสารแน่ ดังนั้นจึงคิดจะทำความดีเล็กน้อย อีกทั้งเผ่ามารพูดแล้วไม่รักษาสัญญาหรือ เขาพูดแล้วก็ต้องทำตามนั้นแน่”
“เจ้ากระหยิ่มไปเถอะ ถึงตอนนั้นเขามอบพื้นที่มิติให้เจ้า จากนั้นฟาดเจ้าตายในฝ่ามือเดียว ก็ถือว่ารักษาสัญญาแล้ว” ปู้จื้อโหยวแย่งกล้องยาสูบคืนมาแล้วกลอกตาใส่นาง
“หึหึหึ…ไม่เสี่ยงอันตรายเล็กน้อยไหนเลยจะได้ผลประโยชน์” จินเฟยเหยาหัวเราะอย่างโง่งมหลายที บ่นพึมพำแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
เห็นจินเฟยเหยาหลับไปจริงๆ ปู้จื้อโหยวก็หยิบถวนจื่อ[1]ออกมาก้อนหนึ่งโยนใส่ปากสัตว์หกเขา สัตว์หกเขาเคี้ยว ตลอดร่างสั่นสะเทือน ใช้กีบเท้าตะกุยพุ่งตัวออกไปทันที
สัตว์หกเขาลากรถวิ่งห้อบนถนนลูกรัง ความเร็วไม่ด้อยไปกว่าของวิเศษบินได้ธรรมดา ทำเอาฝุ่นดินสีเหลืองฟุ้งขึ้นมา ถนนทั้งสายถูกควันปกคลุมไปหมด
สัตว์หกเขาตัวนี้ทรหดอย่างยิ่ง หลังจินเฟยเหยาหลับไปตื่นหนึ่งมันยังวิ่งอยู่บนถนนและไม่มีความคิดจะหยุดลงเลยสักนิด จินเฟยเหยาเห็นควันหนาทึบฟุ้งตลบทางด้า