นหลังก็ส่ายศีรษะ คนเดินทางด้านหลังต้องกินฝุ่นมากเพียงใด
พวกเขาวิ่งห้อบนถนนอย่างกำเริบเสิบสานและมีผลกระทบต่อผู้อื่นแบบนี้มาตลอดทาง โชคดีที่คนเผ่ามารเคยชินเสียแล้ว เดินถนนล้วนชิดขอบทางไม่เช่นนั้นจินเฟยเหยายังเกรงว่าจะชนโดนคนหรือไม่
ทว่าเมื่อรถเทียมสัตว์คันหนึ่งผ่านข้างกายนางไปแล้วสะบัดก้นทิ้งฝุ่นไว้ให้นางกิน จินเฟยเหยาจึงเข้าใจ ชนชั้นสูงของที่นี่จงใจทำเช่นนี้ มิน่าเล่าคนเผ่ามารเหล่านี้ล้วนเดินชิดริมถนนหรือเดินอยู่นอกถนน แต่ไม่ยอมเดินอยู่กลางถนน ที่แท้เป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไป
ขณะที่สัตว์หกเขาเหน็ดเหนื่อยปู้จื้อโหยวก็ให้มันกินถวนจื่ออีกก้อน ขอเพียงกินถวนจื่อมันก็จะวิ่งห้ออยู่บนทางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อาศัยความเร็วระดับนี้เจอสิ่งใดก็หลบสิ่งนั้น ไม่ชนจนตกลงไปข้างทางเนื่องจากวิ่งเร็วเลยสักนิด
“เจ้าให้มันกินของแบบนี้ตลอดจะเหนื่อยตายหรือไม่” จินเฟยเหยารู้สึกสนใจถวนจื่อชนิดนี้ ตอนปู้จื้อโหยวโยนถวนจื่อใส่ปากสัตว์หกเขา จินเฟยเหยาก็นั่งมองอยู่ด้านข้างอย่างสงสัย
ปู้จื้อโหยวป้อนมันชิ้นหนึ่งก็เก็บถวนจื่อ จากนั้นเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าก็ตะกละเกินไป สิ่งของเช่นนี้คนกินไม่ได้ ไม่ต้องมองแล้ว”
จินเฟยเหยากลอกตาตลบหนึ่ง จึงหัวเราะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกลับ “คงไม่ใช่สิ่งของประเภทที่กินแล้วตลอดร่างร้อนผ่าว สมองคิดแต่จะระบายออกหรอกนะ ดังนั้นสัตว์หกเขากินแล้วจึงวิ่งไม่หยุด ทั้งยังไม่เหน็ดเหนื่อยสักนิด เจ้า