นเปิดหูเปิดตาคงไม่เป็นไร” ปู้จื้อโหยวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“นี่เจ้าจะลักพาตัวหรือ!” เต๋อสี่มองจินเฟยเหยาที่กำลังแย่งกินอาหารกับพั่งจื่ออย่างไม่รู้อะไรเลยสักนิด รู้สึกว่านางขึ้นเรือโจร[2]จริงๆ
ถ้าเต๋อสี่รู้ว่าระหว่างทางจินเฟยเหยาเคยคิดวางแผนกับเขา คิดจะหลอกให้เขาเป็นคนนำตนเองไปภูเขาวั่นซั่น เกรงว่าคงไม่คิดแบบนี้ จินเฟยเหยาพูดภาษามารไม่เป็น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปภูเขาวั่นซั่นคนเดียว ดังนั้นระหว่างเต๋อสี่กับปู้จื้อโหยวต้องมีสักคนที่พานางไปภูเขาวั่นซั่น เพียงแต่นางยังไม่เคยพูดกับพวกเขาสองคน ที่คิดไว้คือถึงตอนนั้นคงต้องหาวิธีลักพาตัวไป
สิริรวมหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ทหารรักษาการณ์อูตี๋ต้องเตรียมอาหารให้สัตว์เลี้ยงที่น่าชังและทาสสาวของใต้เท้าปู้ คิดจะพูดคุยกับใต้เท้าปู้หลายๆ ประโยคก็ไม่มีโอกาส ยังพูดได้ไม่เท่าไรก็มีคนมารายงานว่าเนื้อหมดแล้วหรือบอกว่าซื้ออาหารข้างนอกไม่ได้ สุดท้ายเขาต้องให้คนไปหาอาหารทั่วทั้งเมืองและแทบต้องค้นบ้านปล้นชิงอาหาร
ทรมานอูตี๋อยู่หนึ่งวันหนึ่งคืน จินเฟยเหยาและพั่งจื่อจึงตบท้องและส่ายศีรษะแสดงว่ากินอิ่ม ทว่ายามนี้คือเช้าวันที่สองแล้ว
คิดว่าในที่สุดก็กรอกเจ้าตัวกินจุสองตัวนี้จนอิ่ม จะได้จัดการให้ใต้เท้าปู้พักผ่อนสักหน่อย จากนั้นช่วงอาหารค่ำค่อยกระชับความสัมพันธ์ คิดไม่ถึงว่าใต้เท้าปู้เอ่ยว่าจะจากไป
อูตี๋คิดจะรั้งให้เขาอยู่หลายๆ วัน ทว่าใต้เท้าปู้อธิบายว่าต้องรีบไปร่วมงานอว