มดให้นางอย่างมีมาด น้ำเสียงสบายๆ ทำให้มู่ถ่านอกจากมีความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ยังมีความเคารพเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย
นางคิดไม่ถึงว่าตนเองจะได้วัวเป้าลี่มากมายปานนี้ในคราวเดียว เป็นขนมเปี๊ยะที่ร่วงจากฟ้าโดยแท้
จินเฟยเหยาฟังไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน ได้แต่เบิกตามองดูมู่ถ่าเก็บวัวเป้าลี่ทั้งหมดบนพื้นไป อยากถามสักหลายคำก็เกรงว่าฐานะจะเปิดเผย สุดท้ายได้แต่แอบถ่ายทอดเสียงถามปู้จื้อโหยว
“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไร เพราะเหตุใดนางจึงเก็บวัวเหล่านี้ไป?”
ปู้จื้อโหยวก็ถ่ายทอดเสียงมา ถึงสีหน้าจะชืดชาและไม่แสดงความรู้สึกมากนัก ทว่าน้ำเสียงกลับยั่วเย้า “คนผู้นี้ชื่อมู่ถ่า นางคิดว่าทำให้ข้าตกใจ ดังนั้นยืนกรานจะช่วยนำทางให้ข้า เช่นนี้จึงสามารถทำให้ความผิดที่ตนเองกระทำเบาบางลง ข้ามีฐานะเป็นถึงชนชั้นสูงผู้หยิ่งทะนง ย่อมต้องให้รางวัลนางหน่อย เพื่อแสดงถึงศักดิ์ฐานะของข้าจึงประทานวัวเป้าลี่เหล่านี้ให้นาง”
“คุยโวนัก เจ้าแสดงได้เหมือนมาก บอกว่าประทานแต่ไม่บอกว่าให้” จินเฟยเหยาก็ถ่ายทอดเสียงไปล้อเลียนเขา ทว่าซ่อนความสงสัยในใจเอาไว้ นางยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้น ผู้อื่นไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นคนเผ่ามาร ตนเองไยต้องไปถามให้มากความ ขอเพียงไม่มีเจตนาร้ายกับตนเอง จะสนใจไปไยว่าเขาเป็นคนเผ่าใด
ปู้จื้อโหยวยิ้มให้นางโดยไม่ส่งเสียง “ถ้าเจ้าเกรงใจพวกเขามากไป ตรงกันข้ามกลับยิ่งแสดงว่าตนเองมีเลศนัย จะทำให้เกิดความสงสัยได้ ชนชั้นสูง