ตกต่างกัน เดิมทีนางมั่นใจเพียงครึ่งเดียว ยามนี้จึงไม่ได้รู้สึกเสียใจมากเป็นพิเศษ
เมื่อนางเก็บเขากลับคืนก็ทำใจให้ร่าเริงอย่างหงอยเหงา ขณะคิดจะตั้งใจนำทางกลับพบว่าจินเฟยเหยาเอียงศีรษะไปด้านข้างแล้วหัวเราะเสียงดัง เพลิงโทสะของมู่ถ่าถูกจุดขึ้นในพริบตา นางชี้จินเฟยเหยาแล้วเอ่ยว่า “เหตุใดเจ้าต้องหัวเราะเยาะข้า!”
“?” จินเฟยเหยาหัวเราะเนื่องจากเต๋อสี่ใช้การถ่ายทอดเสียงแปลคำพูดของปู้จื้อโหยวให้นางฟัง ได้ยินเขาบอกว่าในหมู่อนุภรรยาของตนเองไม่มีคนธรรมดานางจึงหัวเราะ คิดไม่ถึงว่าจะยั่วโทสะมู่ถ่า โดยพื้นฐานแล้วไม่ต้องแปล จินเฟยเหยาก็ดูออกจากน้ำเสียงและสีหน้า มู่ถ่าไม่เห็นด้วยกับการหัวเราะของนาง
ทว่าตอนนี้จินเฟยเหยาเป็นคนใบ้ นางมีสีหน้าเยียบเย็น มองมู่ถ่าอย่างเย็นชาไม่ส่งเสียงเลยสักนิด ถึงอย่างไรนางก็ฟังไม่เข้าใจ พูดก็พูดไม่เป็น ต่อให้คิดจะอธิบายผู้อื่นก็ฟังไม่เข้าใจ
เห็นปู้จื้อโหยวขมวดคิ้ว เอ่ยอะไรบางอย่างกับมู่ถ่า จากนั้นนางก็ถลึงตาใส่จินเฟยเหยาอย่างแรงหลายครั้ง แล้วเริ่มนำทางอยู่เบื้องหน้าอย่างเดือดดาล
“ลักษณะของคนที่นี่เปิดเผย การหัวเราะของเจ้าเมื่อครู่ทำให้นางไม่พอใจ ข้าเตือนนางแล้ว แต่ข้าเดาว่านางอาจจะไม่แล้วกันไปแบบนี้ คนที่นี่โกรธง่ายหายเร็ว ข้าคิดว่าถ้าพวกเจ้าสองคนสู้กันมือเปล่าสักยก ไม่แน่ว่าอาจกลายเป็นสหายกัน” ยามนี้ปู้จื้อโหยวถ่ายทอดเสียงช่วยอธิบายให้จินเฟยเหยาเข้าใจ
จินเฟยเหยามองมู่ถ