จู๋ซวีอู๋เอ่ยถามอย่างสงสัยยิ่ง “นางหัวเราะอะไร?”
“ไม่รู้…” เสียงไป๋เจี่ยนจู๋เบาจนแทบไม่ได้ยิน
“เพราะเหตุใดเจ้าจึงไม่ถามดู ตั้งหลายสิบปีมาแล้ว คนที่ความจำไม่ดีคงลืมไปหมดแล้ว น่าโมโหจริงๆ เจ้าท่อนไม้ทึ่ม!” จู๋ซวีอู๋พลันบันดาลโทสะ ขึ้นเสียงคำราม จากนั้นเขาก็กระโดดลงจากบัลลังก์ เดินกลับไปกลับมาภายในตำหนักใหญ่ เห็นอารมณ์เดือดดาลบนใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
ไป๋เจี่ยนจู๋ก้มหน้า สีหน้าซีดขาว ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ไม่ใช่เนื่องจากจู๋ซวีอู๋มีโทสะกะทันหัน ทว่าเขามีลางสังหรณ์ไม่ดี ต้องเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้นแน่
จริงเสียด้วย จู๋ซวีอู๋เดินอยู่หลายรอบแล้วหยุดกะทันหัน เดินมาหาไป๋เจี่ยนจู๋
เขานั่งยองๆ เบื้องหน้าไป๋เจี่ยนจู๋จากนั้นเอ่ยอย่างจริงจัง “ถอดกางเกงให้ข้าดูหน่อย”
“อาจารย์! ท่านอย่าทำแบบนี้ จะขายหน้านะ” คงจู๋อู๋พุ่งปราดไปทันที กอดจู๋ซวีอู๋ไว้แล้วลากมาด้านหลัง
ส่วนคงจู๋โหย่วรีบส่งสายตาให้ไป๋เจี่ยนจู๋ ให้เขารีบถอยมาก่อน
“พวกเจ้าทำอะไร! ข้าแค่จะดูนิดเดียว ข้าสงสัยยิ่ง หรือว่าพวกเจ้าไม่คิดจะดูหน่อย ไม่สงสัยหรือ?” จู๋ซวีอู๋มองศิษย์กบฏสองคนนี้ ตะโกนลั่นอย่างไม่พอใจ
คงจู๋อู๋กอดเอวเขาไว้อย่างแน่นหนา ฉุดลากพลางเอ่ย “อาจารย์ ไป๋เจี่ยนจู๋เป็นคนที่ข้าเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนโต ตอนเด็กๆ ข้าเป็นคนอาบน้ำให้เขา ต้องไม่มีปัญหาแน่! ไม่เชื่อท่านถามศิษย์น้องคงจู๋โหย่ว อีกทั้งศิษย์เด็กๆ อย่างพวกเขาก็อาบน้ำด้วยกันบ