่อยๆ ถ้ามีตรงไหนที่น่าขำ คงบอกมานานแล้ว”
คงจู๋โหย่วเองก็ขวางไว้เบื้องหน้าไป๋เจี่ยนจู๋ เอ่ยโน้มน้าวอย่างร้อนใจ “อาจารย์ นี่เป็นความจริง ต้องไม่มีปัญหาเด็ดขาด ถ้าท่านบีบบังคับให้เจี่ยนจู๋ทำแบบนั้น ต่อไปเขายังจะมีหน้าอยู่ในสำนักได้อย่างไร นี่บีบให้เขาจนตรอกมิใช่หรือ”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ? ข้าแค่ขอดูนิดเดียว พวกเจ้าก็เคยเห็นแล้วนี่ เพราะเหตุใดข้าจึงดูไม่ได้ ถ้าไม่ดูสักนิดข้าจะไม่สบายใจ เกรงว่าคงนอนไม่หลับไปหลายร้อยปี” ชะโงกไปมองทางซ้ายทีทางขวาทีอย่างไม่พอใจ มีท่าทีท่าทางหากไม่ดูจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้
“ซือจู่!” ไป๋เจี่ยนจู๋พลันคุกเข่าคำนับจู๋ซวีอู๋แล้วเอ่ยเสียงดัง “ถ้าซือจู่จะดูให้ได้ ก็โปรดอภัยให้การไม่เคารพของศิษย์ หลังจากซือจู่ดูแล้ว ศิษย์จะปลิดชีพตนเอง อาจารย์ อาจารย์อา ศิษย์ขอลาตรงนี้!”
เอ่ยจบ ไป๋เจี่ยนจู๋ยืนขึ้นทำท่าจะถอดกางเกงอย่างไม่ลังเล
“อาจารย์ เขานิสัยแข็งกร้าวแบบนี้ ต้องพูดจริงแน่ จะบีบคั้นให้ศิษย์ตายไม่ได้นะ” คงจู๋อู๋ร้อนใจ เขาดูแลเจ้าเด็กนี่มาจนโต เมื่อพูดได้ต้องทำได้ ต้องปลิดชีพตนเองแน่ๆ
“พอแล้ว! ทุกคนหยุด!” จู๋ซวีอู๋ตวาดลั่น บ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ “ไม่ต้องถอดแล้ว ไม่ดูก็ไม่ดู อาละวาดจะตายทำไม หมดสนุกจริงๆ”
ไป๋เจี่ยนจู๋รีบหยุดมือ ฟุบลงกับพื้น “ขอบคุณซือจู่”
เขาไม่ได้คิดจะถอดจริงๆ ไม่เช่นนั้นด้วยกางเกงแบบนี้ของเขา เพียงแก้เข็มขัดกางเกงด้านในก็พอ ทว่าเขาคลายผ้าคาดเอวของ