เสื้อผ้าที่ผูกบนเอว แสดงอยู่นานจึงคลี่คลาย แม้แต่กางเกงก็ไม่ได้แตะ เพียงแต่เนื่องจากปกติทุกคนถอดเสื้อผ้าล้วนเริ่มจากถอดผ้าคาดเอวก่อน บวกกับเขามีนิสัยซื่อตรงมาตลอด คิดไม่ถึงว่าจะหลอกตาเฒ่าสามคนที่มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีได้
เห็นจู๋ซวีอู๋ปล่อยเขาไป ไป๋เจี่ยนจู๋พลันพบว่าวิธีหลอกคนอันชั่วร้ายของจินเฟยเหยาใช้ได้ผลจริงๆ บางที ตอนเจอคนโรคจิตก็ไม่อาจปฏิบัติด้วยอย่างซื่อตรง
จู๋ซวีอู๋กลับไปนั่งบนบัลลังก์อย่างเบื่อหน่าย กลัดกลุ้มอยู่ตลอดเวลา คนอื่นๆ อีกสามคนก็ไม่กล้ายั่วโทสะเขา จึงเงียบอยู่เช่นนี้ไม่มีใครส่งเสียงสักแอะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง จู๋ซวีอู๋พลันเอ่ยถาม “จู๋อู๋ ตอนนี้ในหมู่ศิษย์เจี๋ยตันกี่คนแล้ว?”
“อาจารย์ ในศิษย์ขั้นสร้างฐานยี่สิบเจ็ดคน มีเพียงสามคนที่เจี๋ยตัน” คงจู๋อู๋ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“เหตุใดจึงน้อยขนาดนี้? คุณสมบัติของพวกเขาล้วนเป็นลำดับต้นๆ เหตุใดคนที่เจี๋ยตันจึงมีเพียงสามคน?” จู๋ซวีอู๋ไม่พอใจคำตอบนี้อย่างยิ่ง ปกติเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญตลอด ไม่ค่อยได้สอนศิษย์รุ่นล่างๆ เท่าไร คิดไม่ถึงว่าจะไม่อยากก้าวหน้าขนาดนี้
คงจู๋โหย่วหันมาตอบ “อาจารย์ สาเหตุหลักคือหลังจากมาถึงที่นี่ก็ไม่ได้ท่องเที่ยวหาประสบการณ์ อยู่ในสำนักทั้งวันและมีเรื่องต้องทำไม่จบไม่สิ้น ไหนเลยจะมีโอกาสทะลวงเจี๋ยตัน”
“ดังนั้นข้าจึงบอกว่า วิธีฝึกบำเพ็ญเหมือนเลี้ยงหมูเช่นนี้ใช้การไม่ได้ เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่ไล่พวกเขาทั้งหมดอ