งอยู่ข้างในตลอดเวลาแล้ว ศิษย์คนอื่นๆ ก็ให้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเข้าไป อย่างไรเสียคนที่ยังไม่ได้เจี๋ยตันมีถึงยี่สิบสี่คน ผลัดเปลี่ยนกันรอบหนึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนัก ตำหนักอื่นๆ ต่างก็มีผู้บำเพ็ญเซียนเจี๋ยตันหลายสิบคน พวกเรารวมทั้งเจ้าสองคนด้วยมีเพียงห้าคนจะใช้ได้อย่างไร”
“จริงสิ สามคนที่เจี๋ยตันมอบให้เจ้าจัดการ ให้พวกเขาทำเรื่องที่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมทำหน่อย เช่นจัดการงานจิปาถะอะไรแบบนี้ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระพวกเจ้าสองคน ถึงอย่างไรคนที่เจี๋ยตันก็เป็นศิษย์ของเจ้า เรื่องนี้มอบให้เจ้าไปจัดการ ข้ามีธุระต้องออกไปข้างนอกสักหน่อย ที่นี่มอบให้พวกเจ้า หลังข้ากลับมา ทางที่ดีก็เพิ่มจำนวนผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมให้ข้าหลายๆ คน ไม่เช่นนั้น ข้าจะดึงหนวดเคราพวกเจ้าสองคนให้เกลี้ยง” จู๋ซวีอู๋สั่งความเสร็จอย่างว่องไวก็ลุกขึ้นยืนราวกับคิดจะออกไปเดี๋ยวนี้เลย
ฟังน้ำเสียงของเขา ดูเหมือนไม่ได้คิดจะไปปิดด่านกักตน ทว่าคิดจะออกเดินทางไกล คงจู๋อู๋ร้อนใจ ถ้าเขาไปยังโลกอื่นอีก อยู่คราหนึ่งหกร้อยปีจะทำอย่างไร
“อาจารย์ ท่านผู้เฒ่าคิดจะไปที่ใด?”
จู๋ซวีอู๋ลูบใบหน้า ท่าทางแบบนั้นเหมือนเด็กน้อยที่แอบกินแล้วถูกจับได้ “ข้าจะไปหาผู้บำเพ็ญเซียนที่ชื่อจินเฟยเหยาหน่อย มีเรื่องบางอย่างอยากยืนยัน”
“อาจารย์! ท่านเพิ่งบอกว่าท่านเจี๋ยตันในกระจกสี่วิตกมิใช่หรือ ทั้งยังบอกว่าจิตใจหนักแน่นดุจหินผา ไม่มีสิ่งใดสามารถสั่นคลอนจิตใจข