ป เกรงว่าข่าวลือยิ่งแพร่ออกไปมากกว่านี้
“ความหมายของอาจารย์คือ… ท่านจะไล่เขาออกจากสำนัก?” คงจู๋อู๋เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
“เจ้าบ้าหรือเปล่า อายุไม่เยอะสมองกลับใช้การไม่ได้จริงๆ ข้าจะไล่เขาออกทำไม?” จู๋ซวีอู๋กลอกตาใส่เขา
จู๋ซวีอู๋หยิบกระจกสีดำสนิทชิ้นหนึ่งออกมาจากในอก โยนไปกลางตำหนักใหญ่ กระจกลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้นเขาก็วาดมือผ่านกระจกในความว่างเปล่า กระจกขยายใหญ่สูงเท่าสองคนกว่าๆ ตั้งอยู่กลางอากาศ
“นี่คือกระจกสี่วิตก ด้านในประกอบด้วยความรู้สึกสี่ชนิด พอใจ โกรธเคือง เศร้า ยินดี ใช้สำหรับฝึกบำเพ็ญจิตใจโดยเฉพาะ ตอนนั้นข้าก็เจี๋ยตันในนี้ ขอเพียงสามารถทนภาพมายาด้านในได้ ขณะที่จิตใจบรรลุถึงขั้นแข็งแกร่งจนไม่มีสิ่งใดสามารถทำลายได้ เจ้าก็จะไม่ถูกสิ่งใดๆ รบกวนใจอีก ถ้าจิตใจทนการล่อลวงด้านในไม่ได้ ก็จะถูกกระจกสี่วิตกขับไล่ออกมา แต่ครั้งหน้ายังสามารถเข้าไปได้อีก ข้ารู้สึกว่าตอนนี้เจ้าจำเป็นต้องเข้าไปอยู่สักร้อยกว่าปี ไป๋เจี่ยนจู๋” จู๋ซวีอู๋เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“ขอบคุณซือจู่!” นี่เป็นโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ไป๋เจี่ยนจู๋รีบกราบขอบคุณ ผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่งเจี๋ยตัน จิตใจต้องแข็งแกร่งดุจหินผา ถ้าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ เหล่านี้มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ การควบรวมจินตัน[2]ออกมาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เขาเพิ่งเอ่ยขอบคุณ ก็ได้ยินจู๋ซวีอู๋เอ่ยกับคงอู๋จู๋ว่า “จู๋อู๋ เจ้าจัดการหน่อย นอกจากไป๋เจี่ยนจู๋ที่ต้อ