ใจเถอะ ของแบบนี้พอสอนก็ทำเป็น ข้าจะสอนเจ้าระหว่างทาง”
ทางนี้พวกเขาสองคนพูดคุยกันอย่างเบิกบาน ส่วนในตำหนักซวีชิงแห่งสำนักตงอวี้หวงกลับมีบรรยากาศไม่ดีนัก
ไป๋เจี่ยนจู๋ถูกลากกลับสำนักตงอวี้หวง เรื่องของเขายังถูกศิษย์น้องซิ่นเทียนเผยแพร่ออกไป ทั้งสำนักตงอวี้หวงล้วนรู้ว่าเขาลุ่มหลงผู้บำเพ็ญมารคนหนึ่ง ทำให้ศิษย์น้องทุกคนพากันอับอายแทนเขา
ส่วนจู๋ซวีอู๋ผู้อาวุโสของตำหนักซวีชิงผู้เที่ยงตรงกำลังปิดด่านกักตน ไม่ว่างมาหาเรื่องเขาชั่วคราว เนื่องจากเรื่องนี้มีความสำคัญใหญ่หลวง แล้วเขายังไม่ยอมบอกต้นสายปลายเหตุของเรื่องอย่างชัดเจน ไป๋เจี่ยนจู๋จึงถูกอาจารย์ผู้เดือดดาลโยนไปไว้บนยอดเขาให้หันหน้าเข้าหาผนังสำนึกผิด รอหลังจากจู๋ซวีอู๋ออกจากปิดด่านกักตนค่อยไต่สวนเขา
วันนี้ เขาเพิ่งหันหน้าเข้าหาผนังสำนึกผิดหนึ่งเดือนกว่า เฟิงอวิ๋นจู๋พลันปรากฏตัวขึ้นหน้าถ้ำที่เขาถูกกักบริเวณ พูดกับเขาอย่างจริงจังและจริงใจ “ศิษย์น้องไป๋ ซือจู่[1]ออกจากด่านล่วงหน้า ให้ข้าพาเจ้าไป เจ้าทำตัวดีๆ หน่อย”
………………………………………..
[1] ซือจู่ หมายถึง บูรพาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนัก หรืออาจารย์ปู่ ในที่นี้จู๋ซวีอู่ก่อตั้งสำนักซวีชิง และเป็นอาจารย์ของอาจารย์พวกไป๋เจี่ยนจู๋