นเจ้าไปด้วย”
“พูดไปพูดมาก็คิดจะลากข้าลงน้ำอยู่ดี คนของทั้งสองฝั่งต่างก็รู้ว่าเจ้าขายข้อมูลของตนเองให้อีกฝ่ายหรือ?” จินเฟยเหยาทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ
“ไม่” ปู้จื้อโหยวยิ้มเจ้าเล่ห์เอ่ย “ทั้งสองฝ่ายต่างนึกว่าข้าขายข้อมูลให้ฝ่ายเดียว มีเพียงคนส่วนน้อยที่รู้เรื่องนี้ ล้วนเป็นคนที่มีความเป็นมาใหญ่โตทั้งสิ้น พวกเขาจงใจเปิดเผยข่าวสารที่สำคัญให้ข้าจากนั้นแลกเปลี่ยนกับข่าวสารอื่นๆ เพื่อให้ได้รับข่าวสารที่ต้องการ และมีคนใช้ข่าวสารมาแลกกับสิ่งของที่ต้องการบางอย่างด้วย ต่างฝ่ายต่างก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“เจ้านี่เปิดเผยดี คนหนุนหลังเจ้าคงแข็งแกร่งมากสินะ” จินเฟยเหยายิ้มพลางเอ่ย
ปู้จื้อโหยวเองก็ยิ้มเผลอตัว “ยังดี พอถูไถไปได้”
จินเฟยเหยาครุ่นคิด รู้สึกว่าไปโลกเผ่ามารสักรอบก็ไม่เลว ตนเองก็เคยพบเผ่ามารคนหนึ่ง ต่อไปถ้าเขียนบันทึกท่องเที่ยว กลับไม่มีประสบการท่องเที่ยวเผ่ามาร มิทำให้คนรู้สึกว่าตนเองสายตาตื้นเขิน ฝึกบำเพ็ญอยู่แต่ในถ้ำ ไม่น่าสนใจ อีกทั้งคนที่ชื่อปู้จื้อโหยวคนนี้ มีความรู้กว้างขวาง คนหนุนหลังแข็งแกร่ง ติดตามคนเช่นนี้ยังสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ได้
“เจ้าพูดเสียขนาดนี้ ข้าก็ต้องไปเก็บรวบรวมวัตถุดิบของยาปราณฟ้าดินห้าธาตุ จะไปเป็นเพื่อนเจ้าสักครั้งแล้วกัน แต่ระหว่างทางเจ้าต้องสอนข้าเปิดกุญแจวงเวท” จินเฟยเหยาพยักหน้าตกลง
เห็นจินเฟยเหยาตกลง ปู้จื้อโหยวก็ยินดีอย่างยิ่ง เอ่ยด้วยรอยยิ้มเจิดจรัส “วาง