ยว ชี้หน้าเขาด่าทอเสียงดัง
ไป๋เจี่ยนจู๋เอ่ยอย่างสงบนิ่ง “ขุดรากถอนโคนผู้บำเพ็ญมาร เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ ข้าเพียงแต่ทำเรื่องที่สมควรทำเท่านั้น”
ปู้จื้อโหยวเก็บปิศาจราตรีกลับคืน เอ่ยอย่างสงสัย “สหายเซียน…แห่งสำนักตงอวี้หวงท่านนี้ ผู้บำเพ็ญมารถูกสหายของข้าสังหารทิ้งแล้ว เป้าหมายที่เจ้าลงมือเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าเป็นสหายของข้า เจ้าทำตัวให้ใจกว้างมีเมตตาหน่อย เหตุใดจึงทำเรื่องลอบโจมตีเช่นนี้”
“นางก็เป็นผู้บำเพ็ญมาร สหายเซียนท่านนี้โปรดหลีกทาง อย่าได้ติดกับผู้บำเพ็ญมาร” ไป๋เจี่ยนจู๋เอ่ยด้วยสีหน้าอึมครึม
ยามนี้เฟิงอวิ๋นจู๋ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นและไม่เข้าใจว่าไป๋เจี่ยนจู๋คิดจะทำอะไร จึงรีบเอ่ยโน้มน้าว “ศิษย์น้อง เจ้าใจเย็นหน่อย บุรุษผู้นี้เป็นเพียงสหายแน่นอน ไม่ได้มีความสัมพันธ์อย่างที่เจ้าคิด ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ เจ้าจะใส่ความสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ความผิดนี้ลบล้างไม่ออกนะ”
“ศิษย์พี่! นางเป็นพี่น้องกับผู้บำเพ็ญมารคนเมื่อครู่ เรื่องนี้ทุกคนต่างก็เห็นอย่างชัดเจน อีกทั้งเวทมนตร์ที่นางใช้ต้องเป็นเคล็ดวิชาเผ่ามารแน่ นี่เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว อย่าถูกนางหลอกลวงเด็ดขาด พวกเขาต้องเป็นพวกเดียวกัน นี่เป็นเพียงแผนทรมานสังขารเท่านั้น” ต้องโทษที่ปกติไป๋เจี่ยนจู๋ไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน จึงไม่รู้เรื่องมีคนปล่อยจอมมารหลงไป ไม่เช่นนั้นยามนี้เขายิ่งมีหลักฐานมากเพียงพอ
ถึงเฟิงอวิ๋นจู๋จะสงสัย