กลมกลืนในความมืดมิด ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้ระวังป้องกันได้ไม่ทั่วถึง
ปู้จื้อโหยวหลบไปด้านข้าง ยื่นสองนิ้วไปทางเงาดำแล้วออกคำสั่ง “แสงเงิน!” กล่องเหล็กลึกลับสีเงินด้านหลังของเขามีแสงสีเงินกระพริบวาบ ศรบินที่มีแสงสีเงินกระพริบนับร้อยลอยออกไป กลายเป็นห่าลูกศรยิงใส่เงาดำ
ผู้บำเพ็ญมารอาศัยร่างกายอันคล่องแคล่ว เหลือเพียงเงาตกค้างสายหนึ่ง หลบหลีกการโจมตีของศรเงินอันแน่นขนัดได้
ทว่าปู้จื้อโหยวชี้เขาแล้วตะโกน “วิญญาณกระดูก!”
กล่องกระดูกสีขาวเปิดออกในพริบตา ศรกระดูกนับร้อยบินออกมา ไม่ได้รวมเข้าด้วยกันทว่ากระจายออกไป พุ่งเข้าใส่ผู้บำเพ็ญมารอย่างไม่เป็นระเบียบราวกับมดแตกรัง
ศรกระดูกเหล่านี้บินสะเปะสะปะไปทั่ว จัดการยากกว่าศรเงินมากนัก ผู้บำเพ็ญมารเข้าใกล้ร่างปู้จื้อโหยวไม่ได้เลย ได้แต่หายตัวหลบศรกระดูกกลางอากาศไม่หยุด ทว่าศรเงินกลับรวมตัวเป็นกระบี่ศรสิบเล่ม ราวกับนกล่าเหยื่อกลางอากาศ พบสบช่องก็ยิงใส่ผู้บำเพ็ญมาร ผู้บำเพ็ญมารเห็นว่าหากตนเองยังหลบหลีกอยู่ที่นี่ก็หาเวลามาโจมตีปู้จื้อโหยวไม่ได้ และปู้จื้อโหยวยังมีกล่องศรอีกกล่องหนึ่งที่ยังไม่ได้เปิดออก จึงเกิดความคิดล่าถอย
ในยามนี้เอง ปู้จื้อโหยวตบกล่องศรไม้วิญญาณอันสุดท้าย “ปลิดชีพ!”
หลังสิ้นเสียงของเขา ศรไม้สีเขียวนับร้อยลอยออกมาจากกล่องศร พุ่งไปล้อมด้านนอกสุดและเรียงเป็นวงเวทศรอย่างมีกฎเกณฑ์ จากนั้นศรไม้เปล่งแสงสีเขียวเอง เส้นแสงสีเขียวแต่ละ