สายร้อยเรียงเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ เส้นทางถอยของผู้บำเพ็ญมารถูกปิดสกัดทั้งหมด
ผู้บำเพ็ญมารเห็นฉากนี้ ก็คายหมอกโลหิตกลิ่นเหม็นคาวออกมา พ่นใส่ตัวศรกระดูกที่บินมา จากนั้นใช้มือคว้าศรกระดูกสิบกว่าดอก ออกแรงหักศรกระดูกจนกลายเป็นสองท่อน ศรกระดูกที่กลายเป็นสองท่อนสูญเสียปัญญาญาณร่วงลงบนพื้น
“สิ่งของหรูหราแต่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ ข้าจะหักศรของเจ้าให้หมด” ผู้บำเพ็ญมารคนนี้หัวเราะลั่น
ยามนี้ปู้จื้อโหยวยืนกอดอกอยู่ด้านข้าง มองวงเวทศรกำลังหมุนเองด้วยรอยยิ้ม ศรกระดูกหลายสิบดอกที่ถูกหักทิ้งไม่ได้ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลง
“เฮ้อ พวกเจ้าเป็นเพียงผู้บำเพ็ญมาร ยังห่างไกลจากคนเผ่ามารที่แท้จริงมากนัก ครึ่งคนครึ่งสัตว์ นึกว่าตนเองร้ายกาจเสียเต็มประดา” ปู้จื้อโหยวส่ายศีรษะเบาๆ ถอนหายใจ จากนั้นเอ่ยประโยคหนึ่งเบาๆ “คืนชีพ!”
หลังสิ้นเสียงเขา ศรกระดูกที่ถูกหักบนพื้นก็หายวับไป ศรกระดูกใหม่เอี่ยมสิบกว่าดอกปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง เข้ากองทัพศรและยิงสังหารผู้บำเพ็ญมารอีกครั้ง
“ที่แท้เจ้าก็คือดาวศรพิฆาต ปู้จื้อโหยว! สังหารเจ้าได้ ข้าจะได้รับความชอบใหญ่หลวง!” ในที่สุดผู้บำเพ็ญมารในวงเวทศรก็จำเขาได้ และไม่หวาดกลัวเขาเลยสักนิด ตรงกันข้ามความคิดต่อสู้พุ่งพรวดตะโกนเสียงดังลั่น
ส่วนปู้จื้อโหยวกลับหมุนกายไปใช้สิ่งที่ว่างเปล่าในมือฟันอย่างกะทันหัน ด้านหลังที่เดิมทีว่างเปล่าไร้สิ่งใดพลันปรากฏเงาดำสายหนึ่ง เงาดำปรากฏขึ้นอย