่าตนเองใช้มัน
ไม่รู้ว่าเจ้าพวกนี้คิดจะทำอะไร…เห็นพวกจินเฟยหยางสามคนเดินไปเดินมาบนทุ่งราบ บางครั้งยังคว้าดินจากพื้นขึ้นมากินเล็กน้อย ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาสามคนดูเหมือนจะระบุตำแหน่งได้ คนหนึ่งในนั้นปล่อยสัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผาขั้นสามสูงสองจั้งตัวหนึ่งออกมาจากถุงสัตว์ภูติ มันมีหัวแหลม ดวงตาเล็กนิดเดียว ตลอดร่างราวกับปกคลุมด้วยเกราะเหล็ก ขาหน้าสองข้างมีกรงเล็บแหลมคมยาวหนึ่งฉื่อกว่า
“สัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผาชนิดนี้ไม่มีผู้ใดเลี้ยง ฝืนใจใช้เจ้านี่เถอะ” คนผู้นั้นตบสัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผา ไม่รู้ว่าป้อนสิ่งใดใส่ปากมัน
“เคลื่อนไหวเร็วหน่อย ที่นี่อยู่ใกล้เมืองปาทง ถ้าให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ พบเห็นเข้าก็ยุ่งแล้ว” ยังมีคนหนึ่งเหลียวซ้ายแลขวา เอ่ยเตือนพวกเขาอีกสองคน
คำพูดนี้ลอยมาตามลม จินเฟยเหยาครุ่นคิดอย่างหมดวาจา ถูกคนสามสิบกว่าคนสะกดรอยตามมายังไม่รู้สึกตัวสักนิด ไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่มาได้อย่างไร
คนชุดดำที่เรียกสัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผาออกมา ชี้ไปยังที่แห่งหนึ่งแล้วออกคำสั่ง สัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผาตัวนั้นก็เงื้อกรงเล็บแหลมคมขุดตรงนั้น
เห็นสัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผาขุดดินราวกับขุดเต้าหู้ ภายใต้การร่ายรำอย่างรวดเร็วของกรงเล็บอันคมกริบ ดินปริมาณมหาศาลกองอยู่ด้านหลังมัน ชั่วไม่กี่อึดใจ สัตว์เกราะเหล็กทะลวงภูผายาวสองจั้งกว่าก็มุดลงไปในดิน
มันมุดเข้าไปขุดหลุม ผลักดินที่ขุดออก