สซื่อใช่หรือไม่
“พวกเราสองคนร่วมมือกันเถอะ ข้าครุ่นคิดแล้ว พวกเราสองคนซ่อนกายได้ อีกสักครู่ถึงด้านล่างก็ต้องระวังป้องกันอีกฝ่าย ร่วมมือกันดีกว่าจะได้ลดเรื่องยุ่งยาก” บุรุษผู้นั้นเสนอแนะด้วยรอยยิ้มปริ่ม
จินเฟยเหยารู้สึกกลัวอยู่บ้าง ว่ากันตามจริง ปกติตัวนางเองเคลื่อนไหวคนเดียว ต่อให้ออกไปทำธุระกับคนอื่น ก็เป็นเรื่องเมื่อนานมากแล้ว อีกทั้งออกไปคราหนึ่ง โดยพื้นฐานแล้วบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ บวกกับนางไม่มีสหายเลย ส่วนพวกสยงเทียนคุนและหวาซีนางก็ไม่รู้ว่าจะนับเป็นความสัมพันธ์แบบใด
“เมื่อครู่ข้ายังหลอกเจ้าอยู่เลย เพราะเหตุใดจึงตัดสินใจร่วมมือกับข้าเร็วปานนี้? เจ้าเกิดความเชื่อใจข้าตรงไหน หรือเจ้าชอบทรมานตนเอง?”
“นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้พวกเราสองคนล้วนซ่อนกาย มองไม่เห็นโฉมหน้า ดังนั้นเจ้าจึงหลอกข้า ตอนนี้เห็นหน้าตาของข้าแล้ว ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องหลงเสน่ห์นิสัยของข้าแน่ ต่อไปคงไม่คิดจะหลอกข้าอีก มาเถอะ พวกเราร่วมมือกัน ถึงอย่างไรเจ้าก็ตัวคนเดียว ข้าเห็นว่าหน้าตาของเจ้าอ่อนโยนใจดี อีกทั้งมีคู่หูที่หัวไวดีกว่ามีคู่หูที่โง่งมมากนัก” เขายิ้มอย่างเชื่อมั่น ทำให้จินเฟยเหยาไม่รู้ว่าจะปฏิเสธคำพูดของเขาอย่างไรดี
“ข้าชื่อปู้จื้อโหยว[2] เป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระที่อิสรเสรี เจ้าล่ะ? ตอนนี้พวกเราเป็นสหายบวกกับคู่หูแล้วนะ ต้องรู้จักชื่อสิ” เขาตบไหล่จินเฟยเหยาแล้วเอ่ยอย่างสนิทสนม
ชื่อของเขาทำให้จินเฟยเหยาหมดวาจา