พงหญ้าเพิ่มขึ้นมาคนหนึ่งตั้งแต่เมื่อใด แต่งกายมีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง เส้นผมถักเปียเล็กๆ หลายสิบเส้น หางเปียยังห้อยมุกหลายสีประดับตกแต่ง บนร่างสวมเสื้อตัวสั้นเพื่อสะดวกในการเคลื่อนไหว หลายแห่งยังมีหนังสัตว์ บนหลังตั้งแต่ด้านบนจนถึงด้านล่างสะพายกล่องลูกศรไว้เฉียงๆ แบ่งเป็นกระบอกเหล็กลึกลับสีเงิน กล่องกระดูกสีขาว และกล่องไม้วิญญาณสลักลวดลาย ผิวสีแทนนิดๆ ดูแล้วสุขภาพแข็งแรง ยามนี้กำลังยิ้มอย่างเจิดจรัสให้จินเฟยเหยา “มีคนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเจ้าอย่างกะทันหัน เหตุใดเจ้าจึงไม่ระแวดระวังเลยสักนิด”
“เพราะว่าเจ้าไม่มีไอสังหาร ดังนั้นจึงไม่ใช่คนเลว” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างจริงจัง
บุรุษผู้นั้นยิ้มขึ้นอีก “อย่าพูดเหลวไหล พูดมาก็ไม่ตายหรอกน่า”
คนผู้นี้กลับรู้กระจ่างยิ่ง จินเฟยเหยาได้แต่เอ่ยว่า “เสียง พอฟังเสียงก็รู้ว่าเจ้าคือคนซุ่มซ่ามที่ซ่อนกายแล้วชนข้าสองครั้ง เจ้าหาข้าพบได้อย่างไร อาศัยคำพูดที่ข้าพูดกับตนเองเมื่อครู่หรือ?”
“ไม่ใช่ หน้าตาของคนที่สะกดรอยตามพวกนั้นข้าจำได้หมด ส่วนเจ้าตลอดทางข้าไม่เคยพบเห็น ย่อมต้องเป็นคนที่ทิ้งข้าไว้ก้นหลุมคนนั้นแน่นอน ข้ารอเจ้าอยู่ครู่หนึ่ง จึงพบว่าถูกหลอก เจ้านี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ฉวยโอกาสหนีไปคนเดียว” ราวกับบุรุษผู้นั้นรู้สึกว่าเรื่องที่ตนเองถูกทิ้งไว้ก้นหลุมน่าขำ น้ำเสียงและสีหน้าท่าทางไม่มีวี่แววไม่พอใจ
“เจ้ามองโลกในแง่ดีจริงๆ…” จินเฟยเหยามองเขา พลันรู้สึกว่าคนผู้นี้ใ